
จตุรัสข่าว
พี.เค.ลุยไทยเที่ยวไทยฟื้นอารมณ์เที่ยว
พี.เค.ลุยไทยเที่ยวไทยฟื้นอารมณ์เที่ยว
นายกฤตย์ พัตรปาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 25 ระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-2 ก.ย.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยรวบรวมสินค้าทางการท่องเที่ยวรวม 1,280 บูธ ร่วมลดราคาแพ็กเกจทัวร์กว่า 50% ซึ่งครั้งนี้จัดงานภายใต้แนวคิด มางานเดียว เที่ยวได้ทั้งตระกูล มีสินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตอบความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) นี้ให้คึกคักขึ้น คาดว่าตลอด 4 วัน จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 แสนคน รายได้สะพัด 400 ล้านบาท
ขอ 2 สัปดาห์ชง ครม.แก้เสียงสุวรรณภูมิ
นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการไตรภาคี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิล่าช้า โดยตนได้รับปากว่าจะเสนอข้อมูลความเดือดร้อนให้คณะรัฐมนตรีรับทราบภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมชี้แจงว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้เร่งรัดจ่ายค่าชดเชยแล้ว แต่มีบางส่วนที่ไม่สามารถทำได้ ขณะที่ตัวแทนประชาชนได้ขอให้กระทรวงคมนาคมแยกเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ออกจากการนำพื้นที่ไปพัฒนา ซึ่งรัฐควรเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก เนื่องจากยืดเยื้อมา 6 ปีแล้ว“ขณะนี้มีชาวบ้านที่อยู่นอกเส้นเสียงเริ่มทนไม่ไหว เพราะได้รับผลกระทบจากเสียงของเครื่องบินเช่นเดียวกัน และขอให้กลุ่มที่อยู่ในเส้นเสียงช่วยเหลือ ซึ่งได้ปฏิเสธไปเพราะเรายังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้เพียง 45 ล้านคน แต่ปัจจุบันปริมาณคนล้นเป็น 50 ล้านคนแล้ว เครื่องบินก็จะบินถี่มากขึ้น ทำให้เดือดร้อนมากกว่าเดิม” นางอารีญา กล่าว
ในที่ประชุมยังมีตัวแทนชาวบ้านรายอื่นได้ร้องเรียนว่า ปัจจุบันราคาบ้านตก จากเดิมซื้อมากว่า 3 ล้านบาท เหลือเพียง 2 ล้าน จะกู้เงินเพื่อรีไฟแนนซ์ ธนาคารก็ไม่ยอมปล่อยกู้ กลายเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งนี้ไม่รวมกับปัญหาด้านสุขภาพของผู้ที่อาศัยในพื้นที่เส้นเสียงต่างได้รับความเดือนร้อนเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากเครื่องบินขึ้นลงมาก ในช่วงเวลาระหว่าง 23.00-05.00 น.
กรุ๊ปปอนลุยเว็บเดลีดีลในไทย
นายทริป แว็กเนอร์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ กรุ๊ปปอน ประเทศไทย ผู้ให้บริการรวบรวมข้อเสนอ (ดีล) ด้านบริการและสินค้าผ่านเว็บไซต์ “กรุ๊ปปอน” กล่าวว่า ได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยไทยเป็นประเทศที่ 48 ที่เปิดตัวเว็บไซต์ดังกล่าว โดยมีมูลค่าการค้าออนไลน์ 1.1 ล้านล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเติบโตขึ้นอีก 20% และเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากผู้ใช้สมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม จากการเปิดตัวครั้งแรกในโลกตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 3 ปี บริษัทถือได้ว่าเป็นบริษัทที่มีอัตราเติบโตเร็วที่สุดในการทำธุรกิจรูปแบบอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสมาชิกจำนวนกว่า 100 ล้านสมาชิกทั่วโลก และร้านค้ากว่า 1 แสนร้านค้าจาก 500 ตลาดสินค้าทั่วโลก
ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลกในปี 2554 มีมูลค่ารวม 680 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปี 2556 จะมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 963 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งในระยะเวลา 3 ปี (2553-2556) ประเทศในแถบทวีปเอเชียมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 27% ซึ่ง กรุ๊ปปอน มีการเปิดตัวในทวีปดังกล่าวจำนวน 13 แห่ง
เคาะ 3 พืชนำร่องโซนนิง
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบแผนการกำหนดเขตเกษตรเศรษฐกิจ โดยเห็นชอบนำร่องใน 3 พืช คือ ข้าว หอมหัวใหญ่ และมันสำปะหลัง และให้คณะอนุกรรมการไปทำรายละเอียดกลับมาให้คณะกรรมการนโยบายอีกครั้ง ก่อนประกาศเป็นเขตโซนนิง ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดที่ส่งผลให้ราคาตกต่ำ โดยในส่วนของข้าวจะมีการจัดทำเป็นเขตข้าวหอมมะลิเพื่อการส่งออก ข้าวข้าวเพื่อส่งออก และเพื่อบริโภคในประเทศ ข้าวพันธุ์พืชเมืองและข้าวที่ต้องปลูกเฉพาะพื้นที่เช่นข้างสังข์หยด ในขณะที่อีก 2 ชนิด จะคุมปริมาณผลผลิตโดยการกำหนดปริมาณนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกให้เพียงพอต่อการบริโภคและส่งออกเท่านั้น
การกำหนดพื้นที่โซนนิ่ง กระทรวงเกษตรฯจะใช้เกณฑ์จากสภาพดิน น้ำ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ประกาศว่าเป็นพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดไหน ซึ่งจะสัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัด โดยความร่วมมือของหลายกระทวงเช่นคมนาคม พาณิชย์ ในการช่วยกันส่งเสริมการผลิตให้เชื่อมโยงกับ การรับซื้อในราคาที่เหมาะสม การแปรรูปและการส่งออก







