posttoday
สุดทางกล้วยกับกล้วงทอด

สุดทางกล้วยกับกล้วงทอด

25 สิงหาคม 2555

กล้วยทอดกรอบที่เห็นกันดาษดื่นในปัจจุบัน กำลังกลายเป็นสินค้าที่สามารถทำกำไรและสร้างอาชีพให้กับเด็กหนุ่มไฟแรง

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

กล้วยทอดกรอบที่เห็นกันดาษดื่นในปัจจุบัน กำลังกลายเป็นสินค้าที่สามารถทำกำไรและสร้างอาชีพให้กับเด็กหนุ่มไฟแรง ซึ่งฝันอยากมีกิจการเป็นของตนเอง ด้วยการต่อยอดสินค้าแบบไทยๆ แต่จับใส่หน้าตาให้ดูทันสมัยฉีกไปจากตลาดกล้วยแบบเดิมๆ ได้อย่างลงตัว

วิเชียร พังคะวิบูลย์ เจ้าของกล้วยทอดกรอบ สุดทางกล้วย กล่าวว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจเกิดจากการอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งได้มีการศึกษาธุรกิจในหลายตลาด ทั้งธุรกิจร้านกาแฟ ธุรกิจเสื้อผ้านำเข้า โดยแต่ละธุรกิจใช้เงินลงทุนสูง และมีการแข่งขันในตลาดมากอยู่แล้ว จึงมองว่าน่าจะทำธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก และยังมีการแข่งขันไม่สูง เพื่อเปิดตลาดสินค้า

สาเหตุที่มาลงตัวที่กล้วยทอดกรอบ เพราะเป็นขนมที่ครอบครัวทำกินกันเอง หรือมีอยู่แล้วประจำบ้าน ดังนั้นจึงได้เริ่มศึกษาตลาดกล้วยทอดกรอบว่าเป็นอย่างไร ซึ่งกล้วยทอดกรอบที่อยู่ในตลาดทั่วไปจะเป็นลักษณะเหมือนๆ กัน คือ หวาน เค็ม มีน้ำตาลเกราะ ทำให้มองว่าภาพลักษณ์กล้วยลักษณะแบบนี้ดูล้าสมัย ไม่มีความโดดเด่น ดังนั้นหากจะผลิตสินค้ามาขายในตลาด จะต้องปรับปรุงภาพลักษณ์ทั้งตัวสินค้าและแบรนด์ใหม่ทั้งหมด เพื่อฉีกไปจากตลาดแบบเดิมๆ จึงได้คิดค้นแพ็กเกจให้ดูทันสมัย เพราะถือเป็นการแต่งตัวให้กับสินค้าสะดุดตาและน่ามอง สามารถดึงดูดใจผู้ซื้อให้ทดลองซื้อมารับประทาน

ขณะที่ตัวสินค้าจะเป็นจุดขายตามมาที่ทำให้ลูกค้าติดใจในรสชาติ และซื้อกันแบบปากต่อปาก โดยเริ่มแรก สุดทางกล้วย ได้ใช้แพ็กเกจแบบง่ายๆ ก่อน คือ แก้วกาแฟกับถุงซิปมาบรรจุสินค้า แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถเก็บสินค้าได้นาน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนมาเป็นแพ็กเกจแบบถุงซิปฟอยล์ มีการซีลถุงปิดสนิท ทำให้เก็บสินค้าได้นานถึง 1 เดือน

สุดทางกล้วยกับกล้วงทอด

 

ชื่อแบรนด์ที่ตั้ง สุดทางกล้วย เพราะต้องการให้สินค้าดูทันสมัยเข้ากับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากไม่ต้องการให้สินค้าไปอยู่ในกลุ่มกล้วยแบบเดิมๆ โดยเริ่มแรกคิดไว้หลายชื่อ สุดท้ายมาลงตัวที่ สุดทางกล้วย ซึ่งต้องการสื่อความหมายว่า กล้วยที่นี่อร่อยจนไม่ต้องไปมองหากล้วยทอดกรอบที่ไหนอีกแล้ว คือเป็นที่สุดของกล้วยแล้ว

นอกจากจุดเด่นของแพ็กเกจที่แต่งตัวให้ทันสมัย ในส่วนของสินค้าคือกล้วยทอดกรอบ ก็ได้สร้างความแตกต่างให้กับตลาด โดยสุดทางกล้วยให้นิยามตัวเองว่า เป็นกล้วยแผ่นบาง ทอดกรอบ ไม่เหมือนใครในตลาด โดยรสชาติจะแตกต่างจากกล้วยทอดกรอบเจ้าอื่น คือ จะเน้นรสชาติของกล้วยดั้งเดิม ไม่มีการปรุงแต่งให้รสชาติ หรือใส่วัตถุกันเสีย อีกทั้งน้ำมันที่ใช้ทอดกล้วย ยังเป็นการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เพราะไม่ต้องการให้ใช้ซ้ำหลายครั้ง จะทำให้กล้วยเหม็นหืนได้ ซึ่งแตกต่างจากกล้วยทอดกรอบในตลาดปกติที่มีการใช้น้ำมันซ้ำหลายครั้ง

“มองว่าจุดเด่นของสุดทางกล้วยจะแข่งขันในตลาดได้ เพราะได้วางสินค้าในกลุ่มสแน็ก คือ มีความทันสมัยแตกต่างจากกล้วยในตลาดทั่วไป ส่วนคู่แข่งที่ทำกล้วยชนิดเดียวกัน ก็แตกต่างกันในเรื่องรสชาติ ซึ่งต้องให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสินใจ”

สำหรับธุรกิจได้เริ่มดำเนินการมา 1 ปีแล้ว เป็นอาชีพเสริมทำควบคู่กับงานประจำ ถือว่าได้รับผลตอบรับกลับมาดีมาก ปัจจุบันสินค้ามีเพียงรสชาติเดียว คือ รสออริจินัล หรือรสดั้งเดิม ซึ่งในอนาคตอาจออกรสชาติเพิ่มเติม เช่น รสเค็ม เป็นต้น หรือออกสินค้าตัวใหม่ ที่มองว่าคือจะทำ สุดทางเผือก ขึ้นมา โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนของการทดลอง เพื่อให้ได้รสชาติและมาตรฐานเดียวกัน

ด้านช่องทางการขาย ขณะนี้มีช่องทางเดียว คือ ส่งตรงให้กับร้านกาแฟและร้านขนมทั่วไป แต่ในอนาคตมีแผนจะขยายช่องทางการขายผ่านช่องทางค้าปลีกอื่นๆ เช่น ห้างค้าปลีก (โมเดิร์นเทรด) และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ตั้งเป้า 3 ปี ที่จะเจาะตลาดกลุ่มนี้ โดยจะมีการพัฒนาสินค้าให้จับกลุ่มตลาดสแน็กเต็มตัว ซึ่งจะออกแบบแพ็กเกจให้เปลี่ยนแปลงไปเพื่อแข่งกับตลาดแบรนด์มันฝรั่งทอดชื่อดังได้

“แผนที่มองไว้ คือ ต้องการให้เป็นกลุ่มขนมขบเคี้ยว หรือสแน็ก ที่ดูทันสมัย ไม่ต้องการให้สุดทางกล้วยอยู่ในกลุ่มโอท็อป ที่ยังดูเป็นสินค้าชุมชนหรือสินค้าพื้นบ้านเกินไป”

วิเชียร กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องทำให้สินค้าดูทันสมัย เพราะต้องสร้างมูลค่าให้กับสินค้า เนื่องจากยอมรับว่าต้นทุนสุดทางกล้วยจะสูงกว่ากล้วยทอดกรอบในตลาดปกติทั่วไป เนื่องจากมีการใช้วัตถุดิบชั้นดี โดยกล้วยที่นำมาใช้จะต้องเป็นกล้วยที่นำมาจากชายแดนไทยลาวเท่านั้น ถึงจะได้กล้วยทอดกรอบรสชาติตามที่ต้องการ เพราะเคยได้ทดลองใช้กล้วยชนิดอื่นแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้รสชาติตามสูตร ส่วนน้ำมันที่ใช้ก็ทอดครั้งเดียว ทำให้มีต้นทุนสูงกว่ารายอื่น ดังนั้นการตั้งราคาอาจจะสูงกว่ากล้วยทอดกรอบปกติทั่วไป

นอกจากนี้ การทำให้ได้ตามแผนกำลังอยู่ระหว่างการบริหารจัดการด้านวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเป็นสินค้า เนื่องจากกล้วยที่นำมาใช้เป็นการนำเข้ามาจากชายแดนไทยลาว ทำให้ต้องมีการตกลงกับเกษตรกรพื้นที่ดังกล่าวในการปลูกกล้วยให้ หรือประกันราคาว่าจะรับซื้อในราคานี้ เพื่อให้ได้วัตถุดิบสม่ำเสมอ อีกทั้งกล้วยชนิดนี้ผลผลิตจะออกมาช่วงฤดูฝนเท่านั้น ซึ่งกำลังคิดหาวิธีการเก็บสต๊อกวัตถุดิบที่สามารถผลิตสินค้าได้ตลอดปี

ปัจจุบัน สุดทางกล้วย ยังถือว่าเป็นธุรกิจเล็กๆ โดยมีกำลังการผลิตสัปดาห์ละ 60-70 กิโลกรัม อนาคตหากบริหารจัดการวัตถุดิบให้มีได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 100 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ส่วนผลกำไรในการทำธุรกิจนั้น ถือว่าอยู่ในระดับดี โดยมีกำไร 40% ต่อการขายสินค้า 1 ถุง ซึ่งจะจัดส่งให้กับลูกค้าเป็นกล่อง กล่องละ 900 บาท มี 10 ถุง

สิ่งที่อยากให้ภาครัฐสนับสนุน คือ การลงมาช่วยดูแลในเรื่องของแหล่งเงินทุน และสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแพ็กเกจ ที่อยากให้มีการจับคู่โรงงานผลิตถุงให้กับผู้ประกอบการ เพราะยอมรับว่าเรื่องแพ็กเกจมีต้นทุนสูงเกินไปสำหรับผู้ผลิตเอสเอ็มอีที่เริ่มต้นทำธุรกิจ

สนใจสินค้าสุดทางกล้วย ติดต่อได้ที่โทร. 085-930-9678

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69