
แอสเซท พลัสชี้หุ้นพุ่งหนุนกองทุนทำกำไร
บลจ.แอสเซท พลัส ชี้ต่างชาติลุยซื้อหุ้น หนุน 2 กองทุนหุ้นกำไร เตรียมจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
บลจ.แอสเซท พลัส ชี้ต่างชาติลุยซื้อหุ้น หนุน 2 กองทุนหุ้นกำไร เตรียมจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากเม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้า และผู้ลงทุนค่อนข้างคลายความกังวลมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองไม่มีความรุนแรง ซึ่งส่งผลดีให้กับกองทุนหุ้นของบริษัท โดยเฉพาะกองทุน ASP-SMART Series สามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท (ASP-SMART) และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท 2 (ASP-SMART2) โดย ASP-SMART จะจ่ายคืนผลตอบแทนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย และ ASP-SMART2 ในอัตรา 0.61 บาทต่อหน่วย
“กองทุน SMART Series เป็นกองทุนที่กำหนดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อ NAV ปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านระดับที่กำหนด ซึ่งในด้านการบริหารกองทุน ผู้จัดการกองทุนได้ใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เน้นให้ผลตอบแทนเติบโตอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว และมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ กอปรกับการคัดเลือกหุ้นที่เน้นเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และผลการดำเนินงานในระดับที่ดี ซึ่งถือเป็นความชำนาญเฉพาะด้านของทีมผู้จัดการกองทุนของบริษัทฯ จึงส่งผลให้กองทุนสามารถรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่องตามที่บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายไว้” นายวิน กล่าว
ทั้งนี้ กองทุน ASP-SMART จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2552 มีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ณ วันที่ 17 มี.ค.เท่ากับ 16.0287 บาท โดยกองทุนได้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนไปแล้วรวม 6 บาทต่อหน่วยลงทุน หรือคิดเป็น 60% ของเงินลงทุนเริ่มแรก ในขณะที่ ASP-SMART2 ซึ่งจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2552 มีมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) เท่ากับ 10.6120 บาท รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ จำนวน 0.61 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็น 6.1% ของเงินลงทุนเริ่มแรก
นายวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้น่าจะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ผ่านมาต่างชาติได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยไปก่อนหน้านี้ นอกจากนั้น ตัวเลขผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนของไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังงาน และหลายบริษัทมีแผนที่จะประกาศจ่ายปันผลในช่วงเดือนนี้และเดือนหน้า อีกทั้งปัญหาเรื่องมาบตาพุดที่เริ่มมีแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนขึ้นทำให้ตลาดคลายความกังวลลง







