
แนวโน้ม THAI พลิกมีกำไรครึ่งปีหลัง
นักวิเคราะห์เชื่อว่าครึ่งปีหลังผลประกอบการของบริษัท การบินไทย (THAI) จะพลิกมามีกำไร แม้ว่าไตรมาส 2 จะขาดทุน เปรียบเทียบกับไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิถึง 3,644 ล้านบาท
นักวิเคราะห์เชื่อว่าครึ่งปีหลังผลประกอบการของบริษัท การบินไทย (THAI) จะพลิกมามีกำไร แม้ว่าไตรมาส 2 จะขาดทุน เปรียบเทียบกับไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิถึง 3,644 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ประเมินว่าแม้ THAI จะพลิกมาขาดทุนสุทธิที่ 1,526 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 2 ปี 2555 และมากกว่าที่คาดราว 500 ล้านบาท
ขณะที่หากไม่รวมรายการพิเศษเป็นรายได้สุทธิ ซึ่งหลักๆ เกิดจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1,200 ล้านบาท พบว่า THAI ขาดทุนปกติงวดไตรมาส 2 อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท ลดลงราว 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นผลบวกจากการปรับลดเที่ยวบินให้เหมาะกับความต้องการในช่วงนอกฤดูกาล และฐานที่ต่ำจากผลกระทบสึนามิที่ญี่ปุ่นในปีก่อน หนุนให้อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารขยับสูงขึ้นจาก 66.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 75.1% แต่ถูกหักล้างบางส่วนจาการจัดโปรโมชันใหญ่อย่างต่อเนื่องหลังรับผลกระทบน้ำท่วมช่วงไตรมาส 4 ปี2555 ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อกิโลเมตรขยับลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้บริการรวมของ THAI เพิ่มขึ้นเพียง 6.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 4.79 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานกลับทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายจ่ายพนักงานจะเพิ่มขึ้น 10.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เนื่องจากยังได้ผลบวกค่าเช่าเครื่องบินและค่าซ่อมแซมที่ลดลงเข้ามาชดเชย
บล.เอเซีย พลัส มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของ THAI จะพลิกกลับมามีกำไรปกติอีกครั้งนับจากไตรมาส 3 ปริมาณผู้โดยสารที่ฟื้นตัว หลังผ่านพ้นช่วงนอกฤดูกาลในงวดไตรมาส 2 และจะมีแนวโน้มดียิ่งขึ้นในงวดไตรมาส 4 จากผลบวกเริ่มกลับเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวไทย สะท้อนจากยอดบรรทุกผู้โดยสาร ในเดือน ก.ค. ที่กลับมาสูงถึง 79.8% ขณะที่มียอดจองในเดือน ส.ค. และ ก.ย. คิดเป็นอัตราบรรทุกผู้โดยสารถึง 75% และ 52% ตามลำดับ
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส คาดว่า อัตราบรรทุกผู้โดยสารในงวดไตรมาส 3 จะขยับขึ้นจากงวดไตรมาส 2 มาอยู่ที่ระดับราว 77% เกินจุดคุ้มทุนแล้ว บวกกับสัดส่วนโปรโมชันที่จะลดลงกว่า 50% จากไตรมาส 2 คาดจะหนุนให้รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อกิโลเมตร ในงวดนี้ฟื้นตัวดีขึ้น
ดังนั้น จึงเชื่อว่ารายได้งวดไตรมาส 3 ของ THAI จะดีขึ้นมากจากไตรมาส 2 ก่อนจะถึงจุดสูงสุดในงวดไตรมาส 4 จากผลของฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่ต้นทุนดำเนินงานในงวดครึ่งหลังปีนี้มีแนวโน้มลดลง ตามผลบวกจากราคาน้ำมันเครื่องบินโลกเฉลี่ยที่ลดลงระหว่างเดือน มิ.ย.–ก.ค. 2555 ซึ่ง THAI ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้แล้วราว 90% ของปริมาณการขนส่งในงวดครึ่งหลังปี 2555 ส่งผลให้ผู้บริหารของ THAI มั่นใจว่างวดครึ่งปีหลังต้นทุนราคาน้ำมันเฉลี่ยมีแนวโน้มจะลดลงราว 34% จากครึ่งแรกปีนี้
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส จึงคาดว่ากำไรงวดครึ่งหลังมีแนวโน้มดีกว่าครึ่งแรกค่อนข้างมาก เป็นผลให้ยังคงประมาณการเดิม โดยคาดว่า THAI จะมีกำไรสุทธิในปีนี้ที่ 3,800 ล้านบาท ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในงวด ไตรมาส 2 และพลิกมีกำไรงวดครึ่งปีหลัง ดังนั้นจึงแนะนำ “ซื้อ”
ทั้งนี้ เชื่อว่าราคาหุ้น THAI ที่ปรับตัวจากจุดสูงสุดของปีถึง 36% ได้ซึมซับข่าวลบผลการดำเนินงานที่ขาดทุนในงวดไตรมาส 2 ไปแล้ว และเชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวตามกำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ ขณะที่หากเทียบราคาหุ้นสายการบินทั่วโลกโดยสัดส่วนราคาต่อมูลค่าบัญชี (PBV) และอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) ภายใต้ระดับ ROE สิ้นปี 2555 ที่คาด 5.9% จะพบว่าหุ้น THAI ควรซื้อ–ขายกันที่ PBV ราว 0.9 เท่า (มูลค่าพื้นฐานอิง PBV 0.85 เท่า)
นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทยคาดว่าไตรมาส 3 อัตราบรรทุกผู้โดยสารปรับตัวดีขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและตามฤดูกาลก็จะดีขึ้นจากไตรมาส 2 แนวโน้มการดำเนินงานปกติจะดีขึ้น รวมถึงจะมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนหากค่าเงินบาทต่อยูโรยังแข็งค่า และจะไปดีสุดในไตรมาส 4 ที่ปีก่อนมีน้ำท่วม ทำให้อัตราบรรทุกผู้โดยสารต่ำสุดของปี ทั้งที่เป็นฤดูกาลเดินทาง
บล.แห่งนี้ ยังคงคาดการณ์กำไรในปี 2555 ที่ 4,928.29 ล้านบาท ไว้ ราคาพื้นฐาน 34 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”







