
ซีไอเอ็มบีครึ่งปีโต35%
ออกกองทุนตอบโจทย์ลูกค้าปีหน้าบุกตลาดไปขายภูมิภาค
ออกกองทุนตอบโจทย์ลูกค้าปีหน้าบุกตลาดไปขายภูมิภาค
บลจ.ซีไอเอ็มบี โชว์ครึ่งปีสินทรัพย์โต 35% ลั่นพร้อมAEC เล็งนำกองทุนในไทยขายภูมิภาค
นายเจิดพันธุ์ นิธยายน ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดและการขาย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 บริษัทมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มขึ้นกว่า 3,000 ล้านบาท หรือ 35% จาก 8,639 ล้านบาท ในสิ้นปีก่อนมาอยู่ที่ 11,619 ล้านบาท โดยเติบโตเป็นอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมกองทุนรวม
“ตั้งแต่ต้นปีบริษัทเสนอขายกองทุนใหม่จำนวน 10 กองทุน แบ่งเป็น กองทุนตราสารหนี้ ทาร์เก็ตฟันด์ และอินคัมฟันด์ (iFund Series)” นายเจิดพันธุ์ กล่าว
สำหรับกองทุนอินคัมฟันด์ เป็นชุดกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดพอร์ตการลงทุน ซึ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักลงทุนในกองทุนเดียว ได้แก่ 1.แบบสะสมเงินลงทุน 2.แบบรับเงินปันผล 3.แบบรับซื้อหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 3 กองทุน ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้ตลาดเงินและหุ้นปันผล โดยบริษัทยังมีแผนออกกองทุน iFund Series ที่ลงทุนในทรัพย์สิน เช่น ตราสารหนี้ระยะยาว หรือทองคำ
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า บริษัทยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นอาเซียน โดยเฉพาะไทยและฟิลิปปินส์ ซึ่งในรอบ 5–6 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทในอาเซียนมีความน่าสนใจจากการเติบโตของกำไรที่สูง และมีความสม่ำเสมอ รวมถึงอัตราเงินปันผลที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ในส่วนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเซียน คาดว่า จะทรงตัวและยังไม่ได้อยู่ในขาขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเติบโตค่อนข้างช้า โดยธนาคารกลางในภูมิภาคจะเน้นควบคุมเงินเฟ้อพื้นฐานมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาผลิตผลการเกษตรทั่วโลก
นายเจษฎา กล่าวว่า สำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ใน 3 ปีข้างหน้า ถือว่าบริษัทเป็นหนึ่งในกองทุนที่มีความพร้อมที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เนื่องจากมีสาขาเกือบทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน และมีทีมผู้จัดการกองทุนดูแลการลงทุนอยู่ทั่วภูมิภาค
“ที่ผ่านมาเราจัดตั้งกองทุนเพื่อไปลงทุนในกองทุนที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนในกลุ่มซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียไปแล้วหลายกองทุน และปีหน้ากำลังศึกษาแผนนำกองทุนที่ขายในประเทศไปขายในภูมิภาค” นายเจษฎา กล่าว
ด้านนายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) ได้จดทะเบียนเพิ่มเงินทุนของโครงการอีก 2,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท รองรับความต้องการของนักลงทุน นอกจากนี้วันที่ 27 ส.ค. จะจ่ายปัน ผลสำหรับผลดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.–30 มิ.ย. 2555 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหน่วย







