posttoday
จับตาชอร์ตเซลแบงก์

จับตาชอร์ตเซลแบงก์

24 สิงหาคม 2555

เตือนตลาดใกล้จบรอบขาขึ้นลุ้นให้ทองทะลุ1,700เหรียญ

เตือนตลาดใกล้จบรอบขาขึ้นลุ้นให้ทองทะลุ1,700เหรียญ

ทรีนีตี้ เตือนระวังหุ้นแบงก์ เผยถูกยืมมาขายชอร์ตมาก ส่วนตลาดรวมอยู่ในช่วงปลายขาขึ้น

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นการยืมหุ้นธนาคารพาณิชย์มาขายล่วงหน้า (ชอร์ตเซล) มากขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นกลุ่มนี้จะมีโอกาสอ่อนตัวลง หลังจากหุ้นธนาคารบางตัวราคาขึ้นมามากกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นแล้ว

“หุ้นแบงก์ถูกชอร์ตเซลมากในช่วงนี้ ซึ่งตามปกติมักจะมีผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่หากกดไม่ลง หรือราคาหุ้นยังคงเดินหน้าต่อไปอีก ก็อาจจะมีแรงไล่ซื้อหุ้นกลับคืนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นนักลงทุนจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด” นายวิศิษฐ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ราคาหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) ปรับตัวขึ้น หลังประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนนั้น นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า นักลงทุนที่ขายชอร์ตไปก่อนหน้านี้จะต้องรีบซื้อคืน เพื่อให้ได้รับสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนในราคาต่ำ

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.36 บาท และเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 4 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 12.60 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียน วันที่ 31 ส.ค.นี้

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจกเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในสมุดทะเบียนวันที่ 7 ก.ย. 2555

ด้านตลาดหลักทรัพย์ รายงานว่า วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา KBANK ถูกชอร์ตเซลหนักที่สุดในกลุ่มธนาคาร คิดเป็นมูลค่า 202 ล้านบาท หรือสัดส่วน 15.97% ของมูลค่าการซื้อขายหุ้นกสิกรไทย ส่วนธนาคารกรุงเทพ (BBL) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีการชอร์ตประมาณ 5%

สำหรับภาวะตลาดหุ้นโดยรวม นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงปลายของตลาดขาขึ้นแล้ว คาดว่าดัชนีจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีกไม่นานนัก แม้ว่าดัชนีจะสามารถผ่านจุดสูงสุดในรอบที่ผ่านมาระดับ 1,247 จุดได้ก็ตาม แต่ระหว่างทางน่าจะมีแรงขายหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาก เช่น กลุ่มพลังงานที่ขึ้นมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกดีดขึ้นมา แต่ราคาน้ำมันคงจะขึ้นไปไม่ไกล เพราะเป็นภาระของประเทศในยุโรปที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้ เช่น อิตาลี สเปน และกรีซ

“ตลาดแบบนี้นักลงทุนควรจะหาจังหวะในการขายทำกำไร เพราะดัชนีคงจะขึ้นอีกไม่นานแล้ว” นายวิศิษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีดีดตัวขึ้นไปสูงสุดถึง 1,243 จุด ก่อนอ่อนตัวลงในช่วงบ่ายมาปิดที่ระดับ 1,237.64 จุด บวก 3.50 จุด ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายหนาตากว่า 34,747.74 ล้านบาท แต่นักลงทุนต่างชาติขายหนักขึ้นกว่า 1,047 ล้านบาท ผสมกับพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์อีก 851 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นเอเชียบวกถ้วนหน้า นำโดยตลาดฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็งดีดขึ้น 1.23% เพราะนักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ แต่ตลาดหุ้นไทยขึ้นน้อยกว่า เพราะมีแรงขายหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มพลังงาน เช่น บริษัท ปตท. (PTT)

สำหรับราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นมากเช่นกัน โดยราคาทองคำในประเทศบวกอีก 200 บาท หลังจากวันก่อนขึ้นมา 150 บาท ราคารับซื้อที่ 24,450 บาท และขายออก 24,550 บาท

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก ให้ความเห็นว่า ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นทันทีที่เฟดส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ

นอกจากนั้น ยังเป็นผลมาจากนักเก็งกำไรอย่าง จอร์จ โซรอส และจอห์น พอลสัน เข้าไปซื้อทองคำเพิ่มผ่านกองทุนเอสพีดีอาร์ กองทุนอีทีเอฟทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“ผมคาดว่าภายใน 1 เดือนนี้ ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นสู่ 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท