
ระงับโอนเงินเอสเอ็มแอล6พันแห่ง
ตุกติกซอยบัญชีชุมชนแตกแยกโต้งบอกเสียดาย
ตุกติกซอยบัญชีชุมชนแตกแยกโต้งบอกเสียดาย
สทบ.สั่งระงับโอนเงินเอสเอ็มแอลกว่า 6,403 หมู่บ้าน หลังพบเปิดบัญชีซ้ำซ้อน
นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า สทบ.ได้รายงานให้คณะกรรมการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) หลังจากตรวจสอบพบว่ากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 6,403 แห่ง ที่ขอรับจัดสรรเงินจากกองทุน เปิดบัญชีรับโอนเงินจากรัฐบาลมากกว่า 1 บัญชี และ สทบ.สั่งให้ระงับการโอนเงินดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การที่ชุมชนมีการเปิดบัญชีรับโอนเงินมากกว่า 1 บัญชี เป็นเพราะชุมชนมีกลุ่มคนที่มีความเห็นที่แตกต่างกันกรณีนำเงินเอสเอ็มแอลไปใช้ ต่างกลุ่มจึงเปิดบัญชีของตัวเองขึ้นมา ซึ่งกรณีนี้ สทบ.ต้องการให้คนในชุมชนมีกระบวนการหันหน้าหากันและตกลงกันเองภายในชุมชน หากตกลงไม่ได้ สทบ.จะไม่โอนเงินให้เด็ดขาด
“นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ประธานในที่ประชุมบอกว่า เสียดายที่ชุมชนมีปัญหาอย่างนี้ ทำให้การโอนเงินทำได้ช้า แต่เราก็ต้องสั่งตรวจสอบให้ทุกอย่างถูกต้อง เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการทุจริต” นายนที กล่าว
นอกจากนี้ สทบ.ตรวจสอบพบว่าชุมชนที่ยื่นขอรับจัดสรรงบเอสเอ็มแอลมาแล้ว 6-7 หมื่นแห่ง จากชุมชนทั่วประเทศ 8.63 หมื่นแห่ง พบว่ามีชุมชน 2.6-2.7 หมื่นแห่ง ที่มีการร้องเรียน ได้แก่ การคัดค้านการคัดเลือกกรรมการเอสเอ็มแอลที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และการมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปวางอำนาจ หรือชี้นำการเสนอโครงการของชุมชน
อย่างไรก็ตาม สทบ.ได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ลงไปในพื้นที่และดำเนินการทางกฎหมาย หากพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปหลอกลวงหรือชี้นำการใช้เงินของชุมชน ก็จะสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป
นายนที กล่าวว่า ขณะนี้ สทบ.มีการโอนเงินเอสเอ็มแอลให้ชุมชนทั่วประเทศแล้ว 38,748 แห่ง วงเงิน 14,582 ล้านบาท ส่วนการโอนเงินให้ชุมชนในกรุงเทพฯ ประมาณ 8,000 แห่ง ยังไม่มีการโอนเงิน เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดเขตพื้นที่ชุมชน แต่คาดว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะสามารถโอนเงินได้ครบทุกชุมชน
สำหรับในปีงบประมาณ 2556 สทบ.ขอรับการจัดสรรงบโครงการเอสเอ็มแอล 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อทำตามนโยบายรัฐบาลที่จะจัดสรรงบให้ครบทุกชุมชนภายใน 1 ปี โดยงบประมาณที่จะแจกจ่ายไปตามชุมชนต่างๆ ตามโครงการดังกล่าวนี้นั้น จะถูกแบ่งออกไปตามสัดส่วนของประชากรที่อาศัยอยู่ โดยหมู่บ้านและชุมชนที่มีประชากรไม่เกิน 500 คน จะได้รับ 3 แสนบาท ส่วนชุมชนที่มีประชากร 501 คน แต่ไม่เกิน 1,000 คน จะได้รับ 4 แสนบาท และชุมชนที่มีประชากร 1,000 คนขึ้นไป จะได้รับ 5 แสนบาท โดยวัดจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎรเป็นหลัก







