
เอพีปรับใหญ่รับตลาดดุ
ทุ่ม450ล้านรีแบรนด์องค์กร จัดขุมกำลังรับอสังหายุคใหม่
ทุ่ม450ล้านรีแบรนด์องค์กร จัดขุมกำลังรับอสังหายุคใหม่
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯ ทุ่มกว่า 450 ล้าน รีแบรนด์ ปรับองค์กรครั้งใหญ่ รับตลาดเปลี่ยนเร็วแข่งดุ
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือเอพี กล่าวว่า บริษัทได้ทำการปรับองค์กรครั้งใหญ่ ตั้งแต่การปรับโครงสร้างและบุคลากรภายในบริษัท การออกแบบสินค้า และการปรับภาพลักษณ์องค์กร (รีแบรนด์) ใหม่ เพื่อรองรับการแข่งขันและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“ปัจจุบันตลาดเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็ว และการเปลี่ยนของผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงของบริษัทครั้งนี้ เพื่อตอบสนองกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วขึ้น” นายอนุพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับโครงสร้างและบุคลากรภายในองค์กรมาก่อนแล้ว โดยใช้เงินไปแล้ว 200-300 ล้านบาท ต่อมาจึงมาสู่การรีแบรนด์องค์กรใหม่ เพื่อสื่อสารพันธกิจที่มีต่อลูกค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในปีนี้จะใช้งบสำหรับการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรใหม่อีก 150 ล้านบาท และจะต้องสร้างการรับรู้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าคาดว่าจะใช้งบอีกราว 150-200 ล้านบาท
ขณะที่นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับภาพลักษณ์องค์กรในครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาบริษัทใช้แบรนด์ของสินค้าเป็นตัวนำมากกว่า ทำให้แบรนด์องค์กรยังไม่มีความชัดเจนและขาดการเชื่อมต่อกัน การรีแบรนด์องค์กรครั้งนี้จึงเป็นการสร้างการรับรู้พันธกิจต่อลูกค้า และเชื่อมต่อกับแบรนด์ของสินค้าให้ชัดเจนขึ้น
นอกจากการปรับภาพลักษณ์ขององค์กรแล้ว ในส่วนของสินค้าจะมีการออกแบบใหม่ในทุกกลุ่ม โดยเน้นลงรายละเอียดที่ฟังก์ชันการใช้สอยภายใน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้คลอบคลุมมากที่สุด ส่วนการออกแบบภายนอกก็มีการปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน โดยแบบบ้านและคอนโดมิเนียมใหม่ที่สอดคล้องกับการรีแบรนด์ครั้งนี้ จะเริ่มทยอยเปิดตัวในปลายไตรมาส 3 นี้
นายอนุพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดบ้านในช่วงครึ่งปีหลังจะยังมีแนวโน้มที่ดี แต่การแข่งขันยังคงมีอยู่สูงจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด โดยที่คอนโดมิเนียมจะยังคงเป็นสินค้าหลักในตลาด แต่โครงการเปิดใหม่เริ่มชะลอตัวลง เพราะมีการเปิดโครงการออกมามากตั้งแต่ต้นปี ขณะที่โครงการแนวราบจะเปิดตัวมากขึ้น และในครึ่งปีหลังน่าจะเป็นตลาดของที่อยู่อาศัยแนวราบ
“สำหรับการดำเนินการของบริษัทในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท จนถึงปัจจุบันคาดว่าจะมียอดขาย 1.4 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท” นายอนุพงษ์ กล่าว







