
'CPN’ลุยกดหนี้สินต่อทุนต่ำกว่า1เท่า
CPN ใช้เครื่องมือการเงินครบทุกรูปแบบ หวังกด ดี/อี ต่ำกว่า 1 เท่า คาดไตรมาส 3 บันทึกกำไรพิเศษ ดันกำไรปีนี้สูงสุดรอบ 5 ปี
CPN ใช้เครื่องมือการเงินครบทุกรูปแบบ หวังกด ดี/อี ต่ำกว่า 1 เท่า คาดไตรมาส 3 บันทึกกำไรพิเศษ ดันกำไรปีนี้สูงสุดรอบ 5 ปี
น.ส.นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงิน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า ปีนี้ถือว่าบริษัทได้ใช้เครื่องมือทางการเงินครบ ตั้งแต่การออกหุ้นกู้ การกู้เงินจากสถาบันการเงิน และการตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยการนำเอาสินทรัพย์ คือ อาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ขายเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่ตั้งไว้ ที่นำมาจ่ายวงเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระเพื่อลดอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลงให้ได้ต่ำกว่า 1 เท่า จากครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 1.14 เท่า
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีบริษัทได้ออกทั้งหุ้นกู้และกู้เงินจากสถาบันการเงินรวมกันแล้วทั้งหมด 4,500 ล้านบาท ซึ่งหากบริษัทสามารถเสนอขายกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN Commercial Growth (CPNCG) จะช่วยลด ดี/อี บริษัทต่ำกว่า 1 เท่า ตามนโยบายบริษัทที่กำหนดไว้ได้
“บริษัทตั้งใจออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ CPNCG ในช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม และปัจจุบันต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยของบริษัทอยู่ในระดับเดียวกับอุตสาหกรรมที่ 4.3-4.4 %” น.ส.นภารัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นบริษัทกำหนดที่จะเสนอขาย CPNCG คือ วันที่ 4-10 ก.ย.นี้ ขนาดกองทุนอยู่ที่กว่า 4,000 ล้านบาท แต่ทั้งหมดนี้ต้องรออนุมัติการเสนอรายการ (ไฟลิง) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อน และถ้าเป็นไปตามที่กำหนด บริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนในไตรมาส 3 นี้ ทำให้บริษัทมีการเติบโตของกำไรแบบก้าวกระโดด
สำหรับผลการดำเนินงานปีนี้ คาดว่ายังคงเป้าหมายเดิมที่กำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติใหม่ในรอบ 5 ปี โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 2,235 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2554 ที่ 2,058 ล้านบาท ขณะที่รายได้จะเติบโตจากปีก่อน 30% ที่ 1.34 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกทำได้แล้ว 8,898 ล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทมีกำไรและรายได้เพิ่มขึ้น คือ การที่มีจำนวนสาขาของศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายได้เต็มปีของสาขาลาดพร้าว และเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ปีนี้มีการเปิดสาขาเพิ่ม 3 สาขา คือ อุดรธานี และปลายปีเปิดที่สุราษฎร์ธานี และลำปาง อีกทั้งครึ่งปีแรกมีจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 7-8% ประกอบกับผ่านมาครึ่งปีแรกบริษัทสามารถปรับอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 7-8% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมาปรับขึ้นได้เพียง 5% ซึ่งเป็นผลจากที่บริษัทได้เปลี่ยนสัญญาการเช่าจากลูกค้าจากระยะยาวเป็นระยะสั้นที่ไม่เกิน 3 ปีมากขึ้น







