
15-20ต.ค.วันประมูล3จี
บอร์ดชุดใหญ่กสทช.เคาะแล้ว ถือครอง15เมกฯเริ่ม4.5พันล.
บอร์ดชุดใหญ่กสทช.เคาะแล้ว ถือครอง15เมกฯเริ่ม4.5พันล.
กสทช.มั่นใจไม่ถูกล้มประมูล 3จี วางวันประมูล 15-20 ต.ค. พร้อมยืนยันไม่ขึ้นราคาไลเซนส์ที่ 4,500 ล้านบาท 4,500 ล้านบาท มั่นใจไม่ถูกล้ม
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปที่แน่นอนแล้วว่า การประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15-20 ต.ค. หลังจากที่ประชุมบอร์ด กสทช. ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 2 เสียง 11 ท่าน มีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 2 เสียง เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล เพื่อประมูลใบอนุญาต 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ แล้ว
นอกจากนี้ บอร์ดชุดใหญ่ยังเห็นชอบราคาเริ่มต้นประมูลใบอนุญาต 3จี ใบละ 4,500 ล้านบาท จำนวน 9 ใบ และปรับเพดานการถือครองคลื่นความถี่จาก 20 เมกะเฮิรตซ์ เหลือ 15 เมกะเฮิรตซ์ ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เสนอ คือ ราคาเริ่มต้นประมูลที่ใบละ 4,500 ล้านบาท จำนวน 9 ใบ และปรับเพดารการถือครอง คลื่นความถี่จาก 20 เหลือ 15 เมกะเฮิร์ตซ
สำหรับสาเหตุที่ไม่ได้ปรับราคาขึ้นเป็นใบละ 6,000 ล้านบาท ตามที่บอร์ดบางท่านเสนอนั้น เพราะเห็นว่าหากราคาสูงเกินไปจะส่งผลกระทบต่อค่าบริการในภายหลังที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคในภายหลัง
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธาน กทค. กล่าวว่า แม้ผลการศึกษาจะระบุว่าราคาตลาดอยู่ที่ 6,440 ล้านบาท แต่หาก กสทช.ยึดตามราคาตลาดจะมีความเสี่ยงสูงเกินไป และราคา 4,500 ล้านบาท ไม่ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำสุด ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสม
“กสทช.ไม่ใช่ผู้จัดฮั้วประมูล 3จี ตามที่ทีดีอาร์ไอกล่าวหา และมั่นใจว่าทุกอย่างที่ดำเนินการมาถูกต้อง โปร่งใส ซึ่งการประมูล 3จี ครั้งนี้ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
ด้านนายจิตนรา นวรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด ในฐานะคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดประมูล 3 จี กล่าวว่า การฮั้วะกันตามที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวหานั้น หมายถึงการสมยอมกันเรื่องเสนอราคาประมูล ระหว่างผู้ให้บริการ ซึ่งไม่ใช่กับการประมูล 3 จี เพราะผู้ให้บริการแต่ละรายต้องแข่งขันกันเพื่อชิงตำแหน่งคลื่นความถี่ที่ดีทีสุด จากการที่แต่ละตำแหน่งมีผลต่อต้นทุนที่ต่างกันในระดับกว่าพันล้านบาท
สำหรับมติเสียงข้างน้อยี่ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว คือ น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ขณะที่ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกทค.งดออกเสียง เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการที่ศาลปกครองสั่งระงับการประมูลครั้งที่แล้ว และ คดียังอยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง
อย่างไรก็ตาม กสทช. 2ท่านที่เป็นเสียงข้างน้อย ระบุว่า ต้องการให้ราคาเริ่มต้นเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท เพราะการปรับเพดานเหลือ 15 เมกะเฮิร์ตซก็ถือว่าได้ปรับตามเอกชนแล้ว และผู้ประกอบการเอกชนได้ ประกาศชัดเจนถึงความพร้อมในการประมูลรายละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถสู้ราคาประมูลได้อยู่แล้วหากปรับสูงขึ้น
สภาทนายความ ตั้งคณะทำงานสอบข้อเท็จจริง กสทช.จัดสรรคลื่นความถี่ หลังคณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาดร้องเรียนด้านเทคนิค
นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายเจษฎา อนุจารี อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงานสภาทนายความ ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงการดำเนินการของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่อันเป็นสาธารณสมบัติของชาติอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ คณะสงฆ์วัดป่าบ้านตาด ในนามมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน และผู้รับฟังสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนกว่า 3,000 คน ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่สภาทนายความจากกรณีดังกล่าว ซึ่งหากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นพบข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญาก็จะดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในทางคดีอาญา และดำเนินคดีทางปกครองหากพบว่ามีการกระทำทางปกครองที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และละเมิดสิทธิประชาชน
เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 ส.ค. มีพระสงฆ์พร้อมด้วยประชาชนประมาณ 300–400 คน นำโดยพระครูอรรถกิจ นันทคุณ กรรมการมูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน ทำการแทนประธานมูลนิธิเสียงธรรมและเจ้าอาวาสวัดป่าคอยสืบงา จ.กำแพงเพชร เข้ายื่นหนังสื่อต่อประธาน กสทช. แสดงข้อคัดค้านต่อหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงของ กสทช. ที่ลดกำลังส่งของวิทยุกระจายเสียงให้เหลือเพียง 100 วัตต์ ซึ่งทำให้ขอบเขตการกระจายเสียงสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนลดลง
สำหรับข้อเรียกร้องของมูลนิธิเสียงธรรมได้ยื่นขอเสนอให้ กสทช.ปรับเพิ่มกำลังส่งวิทยุกระจายเสียงเป็น 500 – 1,000 วัตต์ขอปรับเสาส่งสัญญาณจาก 40 เมตรให้สูงขึ้นเป็น 60 เมตร และยังดำเนินการเพื่อเป้าหมายในการเผยแพร่เนื้อหาคำสอนและธรรมมะไปสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช.ได้เห็นชอบปรับหลัเกณฑ์ตามที่มูลนิธิเสียงธรรมได้ยื่นขอมาแล้ว ทั้งเรื่องของกำลังส่งและความสูงของเสาสัญญาณ ส่วนข้อเสนอเพิ่มเติมที่เสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมบอร์ดว่าจะเห็นชอบอย่างไร
เป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร







