posttoday
'เด็นโซ่'ย้ายฐานการผลิตมาไทย หวังดันขึ้นฮับเอเชีย-โอเชียเนีย

'เด็นโซ่'ย้ายฐานการผลิตมาไทย หวังดันขึ้นฮับเอเชีย-โอเชียเนีย

23 สิงหาคม 2555

จากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์เติบโตตามไปด้วย

จากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์เติบโตตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ๆ ของโลกจำเป็นต้องปรับตัว ปรับแผนการผลิตเพื่อรับมือกับการเติบโตของตลาดรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงรับมือต่อข้อกำหนดทางการค้าต่างๆ อย่างการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (เออีซี) ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 นี้ ซึ่งหากบริษัทใดไม่เตรียมแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจทำให้ก้าวย่างของธุรกิจสะดุดลงได้

และบริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย “ขาใหญ่” แห่งวงการผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ระดับโลก ก็เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่นกัน โดย นิชิมูระ ชิเกะฮิโระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย เปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายรวมของบริษัทจำนวนกว่าครึ่ง เป็นยอดจำหน่ายที่มาจากประเทศญี่ปุ่น แต่หากไม่รวมประเทศญี่ปุ่น ยอดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียถือได้ว่ามียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยทั่วโลกมียอดจำหน่ายรวม 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนที่จะปรับนโยบายการผลิตจากเดิมที่เป็นแบบรวมศูนย์ ไปเป็นแบบผลิตตามความต้องการของประเทศนั้นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ให้มากขึ้น โดยแนวโน้มการผลิตในอนาคตบริษัทจะมีการนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่มีความต้องการรถยนต์ขนาดเล็ก (บีคาร์) มากขึ้น

สำหรับบริษัท เด็นโซ่ (ประเทศไทย) ถือได้ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายแรกในต่างประเทศ ซึ่งได้มีการก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2515 และมีโรงงานผลิตในประเทศไทยจำนวน 3 โรงงาน ซึ่งในปี 2554 มียอดจำหน่ายรวม 2.63 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าในปีงบประมาณ 2555 (เม.ย.2555–มี.ค. 2556) บริษัทจะมียอดจำหน่ายรวม 3.4 หมื่นล้านบาท

'เด็นโซ่'ย้ายฐานการผลิตมาไทย หวังดันขึ้นฮับเอเชีย-โอเชียเนีย

 

โดยเป้าหมายยอดจำหน่ายรวมทั่วโลกในปี 2558 มีมูลค่ารวม 4.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 1.03 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2554 ที่มียอดจำหน่ายรวม 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีอัตราเติบโตประมาณ 7% ต่อปี ที่ประมาณการยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกจำนวน 79 ล้านคัน

นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาด และเป็นที่ 1 ของผู้ผลิตชิ้นส่วนทั่วโลก โดยการผนึกกำลังกับบริษัท เด็นโซ่ ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่มอาเซียน โดยในเดือน ก.ค. 2555 บริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมมูลค่า 1,500 ล้านเยน ที่โรงงานเวลโกรว์ จ.ฉะเชิงเทรา ในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงรองรับการผลิตชิ้นส่วนชนิดใหม่ในอนาคต พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนการขยายโรงงานบางปะกง จ.ชลบุรี ในปี 2556 โดยใช้งบประมาณมูลค่ากว่า 8,000 ล้านเยน เพื่อย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์บางรายการจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาผลิตในประเทศไทย เพื่อใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและการส่งออก รองรับตลาดเอเชีย-โอเชียเนีย รวมถึงการเปิดเออีซีในปี 2558 ที่ตลาดรถยนต์ขยายตัวอย่างมากในทุกประเทศ สำหรับในประเทศญี่ปุ่นจะมีการพัฒนาเป็นฐานการวิจัยพัฒนาสินค้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการของบริษัทในประเทศไทย ในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 34,370 ล้านบาท จากเมื่อปีที่แล้วมียอดขาย 26,266 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้ายอดขายในปี 2558 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3.47 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ภาพรวมบริษัท เด็นโซ่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ที่มีบริษัทในเครือจำนวน 8 บริษัท ในการผลิตและส่งออกชิ้นส่วนต่างๆ ในปีงบประมาณ 2555 ได้มีการคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมไว้ที่ 67,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2554 ที่มียอดจำหน่ายจำนวน 54,615 ล้านบาท

ชิเกะฮิโระ กล่าวว่า สำหรับพันธกิจของบริษัทในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล และการยกระดับประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคหลังการเปิดเออีซีในปี 2558 บริษัทมีแผนงานในการพัฒนาบุคลากรให้สามารถคิดค้นและสามารถสร้างเครื่องจักรในการผลิต รวมถึงการส่งบุคลากรเข้าไปร่วมงานกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อให้ขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมรถยนต์ยกระดับไปทั้งระบบ ไม่เพียงแต่การพัฒนาไปในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งเท่านั้น

ทั้งนี้ แนวทางการปฏิบัติในอนาคต บริษัทได้เตรียมการส่งออกบุคลากรจากประเทศไทยไปยังบริษัท เด็นโซ่ ในต่างประเทศ เพื่อเป็นผู้ฝึกอบรมให้กับกลุ่มบริษัทต่างๆ ในประเทศอื่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีความรู้ความสามารถในระดับสากล

อย่างไรก็ตาม จากที่บริษัทได้เป็นผู้ร่วมพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งในช่วงปลายปีนี้บริษัทเตรียมเสนอแผนการพัฒนาบุคลากรต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้เกิดผลดีต่อประเทศไทยต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน