posttoday
หนทางสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ ของฝากจาก'สมคิด'ถึง'ยิ่งลักษณ์'

หนทางสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ ของฝากจาก'สมคิด'ถึง'ยิ่งลักษณ์'

23 สิงหาคม 2555

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ เรื่อง “การสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศในทศวรรษหน้า”

โดย...ทีมข่าวการเงิน

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ เรื่อง “การสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศในทศวรรษหน้า” จัดโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เกียรตินาคิน ที่แม้ว่าจะไม่ได้พุ่งเป้าไปที่รัฐบาลไหนอย่างชัดเจน แต่ดูเหมือนทุกคำพูดจะเป็น “ของฝาก” ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้นำไปขบคิดเพื่อให้นำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง

หนึ่ง ต้องปฏิวัติการเกษตรอย่างจริงจัง

“ไม่ว่าจะเป็นจำนำข้าว ประกันรายได้ ผมไม่สนใจว่าเป็นนโยบายของใคร แต่มันเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นครั้งคราว เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ไม่ใช่การเปลี่ยนให้เกษตรกรมาเป็นพลังของประเทศ นโยบายที่ช่วยเฉพาะกาลแบบนี้ เป็นเหมือนการรดน้ำที่ใบ ไม่ใช่รดน้ำที่ราก” สมคิด แสดงความคิดเห็น

พร้อมกับยกตัวอย่างประเทศบราซิล ที่เคยมีปัญหาเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายจากการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้ามาเป็นการ “ปฏิวัติการเกษตรอย่างจริงจัง” มีการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรอย่างจริงจัง สามารถเปลี่ยนสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าขึ้นมาได้

“ประเทศไทยก็เช่นกัน ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าเกษตร ปศุสัตว์ ให้มีมูลค่าขึ้นมาได้ เกษตรกรก็ไม่มีรายได้ขึ้นมาได้ เพราะนับจากนี้ถ้าประเทศไทยจะเน้นพึ่งพาการส่งออกอย่างเดียวคงจะเหนื่อย เพราะเครื่องยนต์มันอ่อนแรงแล้ว ทำให้ประเทศไทยต้องหันมาเพิ่มการเติบโตจากภายในร่วมด้วย”

ภารกิจของรัฐบาล คือ เปลี่ยนประชากรที่เคยเป็นภาระของประเทศ ให้กลายมาเป็นสินทรัพย์ของประเทศ เปลี่ยนมาเป็นพลังการผลิตของประเทศให้ได้

หนทางสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ ของฝากจาก'สมคิด'ถึง'ยิ่งลักษณ์'

 

สอง ต้องมีเป้าหมายชัดเจน

“เป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาประเทศโดยไม่มีเป้าหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า อะไรจะเป็นตัวสร้างความมั่งคั่งของเรา โดยต้องเน้นนวัตกรรมภายในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของประเทศ”

สมคิด กล่าวอีกว่า ถ้าต้องการแข่งขันด้วยนวัตกรรม รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนระบบการศึกษา ต้องทำให้ผู้ประกอบการใหม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน

“ขณะนี้เงินสินเชื่อส่วนใหญ่ของประเทศไทยตกไปอยู่ในมือบริษัทขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ขณะที่บริษัทขนาดกลางและเล็กส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนกันเอง”

ในสหรัฐที่แม้จะมีความมั่งคั่งเป็นอันดับ 7 ของโลก แต่เป็นประเทศที่มีความยิ่งใหญ่ เป็นผู้นำในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ สนับสนุนผู้ประกอบการใหม่ มีกลไกให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ โดยใส่เงินทุนเข้าไป โดยจะเห็นว่า 40% ของการจ้างงานใหม่ๆ ในสหรัฐ มาจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก

ในช่วงที่ผ่านมาไทยเน้นการส่งออกเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ขณะนี้เครื่องจักรการส่งออกเริ่มอ่อนแรง และเข้าสู่วัฏจักรการส่งออกที่อ่อนแอในระยะข้างหน้า ดังนั้นไทยต้องเร่งสร้างสมดุลระหว่างส่งออกและการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ แต่เนื่องจากประชากรไทยยังยากจน

ดังนั้น จึงต้องเร่งทำให้รากหญ้ามีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น โดยการปฏิรูปภาคการเกษตรอย่างจริงจัง ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่นโยบายการอุดหนุน เช่น การรับจำนำข้าว การประกันรายได้ ที่ถือเป็นการช่วยเหลือเป็นครั้งคราว ไม่ได้เปลี่ยนให้เกิดพลังการผลิตของประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะยิ่งทำจะยิ่งทำให้คนไทยจนลงอีก

ดังนั้น จึงต้องมีการลงทุนเพื่อสร้างการผลิตใหม่ๆ เพิ่มมูลค่า โดยทั้งหมดต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้มีการปรับแผนเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ระดับชุมชนเชื่อมต่อระดับโลก นอกจากนี้จะต้องมีการกระจายอำนาจการบริหารประเทศ จัดทำเป็นคลัสเตอร์ และวางโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเป็นศูนย์กลางการศึกษา การท่องเที่ยว การลงทุน ไม่ได้มุ่งเน้นให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของทุกอย่างเพียงอย่างเดียว

ส่วนการส่งออก ควรที่จะมีการกำหนดจะส่งเสริมอุตสาหกรรมใดในอีก 10-20 ปีข้างหน้า โดยจัดทำเป็น National Strategy เน้นเรื่องนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพราะปัจจุบันสินค้าที่ใช้ผลิตไม่ได้มีราคาถูกและยังใช้เทคโนโลยีที่ต่ำอีก

ประเทศไทยจะต้องกำหนดเป้าหมายในอุตสาหกรรมให้ชัดเจน หากการจะทำให้อุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต โดยต้องมีการเร่งสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีในสินค้าไทย ให้สามารถแข่งขันได้

สาม ต้องเล่นการเมืองระดับโลกเพื่อประเทศ

“เมื่อเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เต็มรูปแบบ ประเทศที่จะได้ประโยชน์สูงสุด คือ ประเทศที่รู้จักเล่นเกมการเมืองให้เป็น เราต้องรู้จักเล่นเกมการเมืองระดับโลก เพื่อให้ได้ประโยชน์กับประเทศ ไม่ใช่เล่นเกิมการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ของตัวเอง”

สมคิด ยกตัวอย่างประเทศพม่า ที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ แต่มีความเจริญต่ำ แต่เมื่อ อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาเล่นเกมการเมืองเพียง 2 เดือน ทำให้ทุกประเทศมองไปที่พม่า ซึ่งอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ กำลังการเล่นเกมการเมืองระดับโลกอยู่เช่นกัน

“ประเทศไทยมีจุดได้เปรียบ เพราะอยู่ตรงกลาง ใครจะข้ามไปพม่าก็ต้องผ่านประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้องใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์”

สมคิด กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมรับเออีซี ไม่ต้องเป็นห่วงบริษัทขนาดใหญ่ เพราะสามารถรับมือได้อยู่แล้ว แต่ต้องถามว่า “เอสเอ็มอีพร้อมแค่ไหน และหน่วยงานราชการพร้อมหรือยัง มีการเปลี่ยนความคิดเพื่อมองภาพกว้างระดับภูมิภาคแล้วหรือยัง ภาครัฐต้องปรับกลไกและให้ความช่วยเหลือเอกชน ไม่อย่างนั้นเราจะเสียโอกาส”

ในส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น เป็นหน้าที่ที่ส่วนราชการที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับเออีซี และควบคู่ไปกับการช่วยเหลือภาคเอกชน ต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาส

โบราณว่าไว้ จิ้งจกทักยังต้องฟัง

แต่นี่ระดับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ออกมาเสนอแนะทั้งที รัฐบาลยิ่งลักษณ์คงจะไม่ปล่อยให้ลอยไปกับสายลม เพราะมัวแต่ “เล่นเกมการเมือง” กันจนลืมนึกถึง “ความมั่งคั่งของประเทศ”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท