posttoday
ตลาดยางพาราซึมยาว5ปีราคา120บาท...เลิกฝัน

ตลาดยางพาราซึมยาว5ปีราคา120บาท...เลิกฝัน

22 สิงหาคม 2555

แม้ขณะนี้รัฐบาลจะพยายามอัดงบประมาณเข้าไปพยุงราคายางพาราในประเทศ แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่ไปรับปากกับชาวสวนยางพาราไว้

แม้ขณะนี้รัฐบาลจะพยายามอัดงบประมาณเข้าไปพยุงราคายางพาราในประเทศ แต่ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่ไปรับปากกับชาวสวนยางพาราไว้

จะผลักดันให้ราคายางพารากลับขึ้นไปแตะ 120 บาท/กก. ดูจะห่างไกลความเป็นจริงขึ้นทุกที เพราะความต้องการของตลาดต้องพึ่งพาความร้อนแรงของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลก

แต่ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกก็อย่างที่รู้กันว่า เอาแน่เอานอนไม่ได้ หลายฝ่ายก็คาดการณ์กันไปในเชิงลบเป็นส่วนใหญ่

อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยการค้าไทย ประเมินว่า ราคายางพาราแผ่นรมควันชั้น 3 ของไทยในช่วง 5 ปีจากนี้ (2555-2560) คงยากที่จะเห็นกลับมาอยู่ที่ระดับ 120 บาท/กก. โดยมองว่าโอกาสที่ราคายางพาราไทยจะวิ่งอยู่ที่ระดับ 94.8-107.1 บาท/กก. มีมากถึง 50% และโอกาสที่ราคายางพาราจะอยู่ที่ 121.2 บาท/กก. มีเพียงแค่ 10% เท่านั้น เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อราคายางพารา ส่วนใหญ่มาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจยุโรปที่จะลากยาวไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี

มีการศึกษาพบว่า ราคายางพาราของไทยจะปรับตัวขึ้นลงนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโลก หากเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคายางพาราของไทยเพิ่มขึ้น 4.42% เศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคายางพาราไทยเพิ่มขึ้น 4.21% เศรษฐกิจจีนเพิ่มขึ้น 1% ราคายางจะเพิ่มขึ้น 0.4% และเศรษฐกิจอินเดียเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคายางเพิ่มขึ้น 0.61%

ตลาดยางพาราซึมยาว5ปีราคา120บาท...เลิกฝัน

แต่หากปริมาณผลผลิตยางพาราของโลกเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคายางพาราลดลง 3.26%

ปีนี้ปริมาณการผลิตยางพาราของโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 11.3 ล้านตัน และคาดว่าในปี 2563 ผลผลิตโลกจะเพิ่มเป็น 13.77 ล้านตัน โดยจะเป็นผลผลิตจากไทย 3.82 ล้านตัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.5 ล้านตัน ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1 ของโลก รองลงมา คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย

อย่างไรก็ดี การที่รัฐบาลใช้โครงการรับซื้อราคายางพาราเพื่อเข้าไปแทรกแซงราคายางพาราภายในประเทศนั้น เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกทาง เพราะจะต้องใช้เงินมหาศาล แต่รัฐบาลเองก็ไม่มีเงินขนาดนั้น

ขนาดใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาทเข้าไปช่วย ก็ยังดึงราคายางพาราได้แค่ 80 บาท/กก.เท่านั้น เพราะปัจจุบันไทยมีมูลค่าส่งออกยางพาราสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท

“รัฐบาลแก้ไม่ถูกทาง ทางที่ถูกต้องคือ ต้องค่อยๆ ผ่อนและลดการแทรกแซง แล้วเอางบประมาณไปใช้ในการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราให้ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต ศึกษาวางตำแหน่งสินค้าเกษตรของไทยใน 35 ปีข้างหน้า ว่าจะอยู่ตรงไหน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่เช่นนั้นเกษตรกรก็จะติด ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำแบบนี้ จนกลายเป็นวงจรที่ทำให้ตัวเกษตรกรเองอ่อนแอ”

ขณะเดียวกันก็ต้องปรับโครงสร้างการผลิตยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ดึงนักลงทุนให้เข้ามาตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราในไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและทำให้เกิดการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาและการส่งออก รวมทั้งรัฐบาลจะได้ไม่เสียเงินในการเข้าไปแทรกแซงราคาด้วย

นอกจากนี้ ไทยควรใช้การเชื่อมโยงการบริหารจัดการสต๊อกยางพาราของโลก โดยหารือร่วมกัน 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่เป็นผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง หากทำได้เอเชียจะกลายเป็นผู้กำหนดราคายางพาราของโลกภายใน 1-2 ปีข้างหน้า

หลังจากนี้ก็คงต้องตามกันต่อว่า หลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของบอัดฉีดโครงการรับซื้อยางพาราไป 2 รอบ รอบละ 1.5 หมื่นล้านบาท จะมีรอบ 3 ตามมาอีกหรือไม่ เพราะจนแล้วจนรอด อย่าว่าแต่เป้าหมายที่ราคา 120 บาทเลย แค่ผลักดันให้ราคายางพาราตอนนี้แตะ 100 บาท ก็ยังยากด้วยซ้ำ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท