
เซ็นทรัลลุยรร.ประหยัดเป๋าตุงปี’56
เงินลงทุน-รายได้ทะลุเป้าปีนี้จ่อตั้งกองทุนซื้อโรงแรมยุโรป
เงินลงทุน-รายได้ทะลุเป้าปีนี้จ่อตั้งกองทุนซื้อโรงแรมยุโรป
“โรงแรมเซ็นทรัล” เตรียมเปิดตัวธุรกิจโรงแรมชั้นประหยัด จับลูกค้าระดับล่าง เพิ่มเป้ารายได้-เงินลงทุนปีนี้
นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและการเงิน บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า บริษัทจะหันมาให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจโรงแรมชั้นประหยัด เพราะเห็นว่าได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การลงทุนต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูง รวมทั้งทำให้ธุรกิจของกลุ่ม CENTEL ครบวงจรและมีทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า
ปัจจุบัน โรงแรมชั้นประหยัดเป็นกระแสที่มาแรงเช่นเดียวกับสายการบินต้นทุนต่ำที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะมีความต้องการสูงและได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้อย สังเกตได้จากอัตราการเข้าพักในช่วงวิกฤตยังอยู่ที่ 70-80% ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ กลุ่ม CENTEL ก็จะเปิดตัวธุรกิจดังกล่าวในช่วงปลายเดือนหน้า โดยจะมีการเซ็นสัญญารับบริหารโรงแรมชั้นประหยัด 2-3 แห่ง ซึ่งจะเริ่มรับรายได้จากธุรกิจนี้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ทั้งนี้ ภายใน 5 ปี บริษัทตั้งเป้าลงทุนก่อสร้างโรงแรมชั้นประหยัดจำนวน 3-5 แห่ง ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ใช้งบลงทุนแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท โดยจะใช้เงินกู้ในสัดส่วน 50% กระแสเงินสดอีก 50% และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2557 นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้ารับบริหารโรงแรมชั้นประหยัดอีกจำนวน 15-17 แห่ง ซึ่งจะเน้นโรงแรมในประเทศก่อน หลังจากนั้นจึงจะออกไปบริหารในต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน ซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง
นายรณชิต กล่าวว่า บริษัทได้ปรับเป้ารายได้รวมปีนี้ขึ้นเป็น 1.45 หมื่นล้านบาท จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.38 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธุรกิจโรงแรมและอาหารเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยธุรกิจโรงแรมช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 70% ส่วนครึ่งปีหลังน่าจะอยู่ที่ 66-67% ทำให้ทั้งปีมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 68-69% สูงกว่าปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 58% ขณะที่ค่าเช่าห้องพักเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23%
ด้านธุรกิจอาหารเติบโตขึ้นทั้งยอดขายและจำนวนสาขา โดยคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 673 สาขา เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 70 สาขา ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมคาดว่าเติบโตขึ้น 5-6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนยอดขายสาขาใหม่คาดว่าโตขึ้น 24-26% นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารต่างประเทศอีก 2 แห่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้
สำหรับงบลงทุนในปีนี้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากที่คาดไว้ที่ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทเข้าไปลงทุนโรงแรมที่มัลดีฟส์และซื้อหุ้นโรงแรมเซ็นทารา กะรน จากเลห์แมนบราเธอร์ส ซึ่งถือเป็นโอกาสลงทุนนอกเหนือจากที่วางแผนไว้
นายรณชิต กล่าวด้วยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนธุรกิจโรงแรมในยุโรป เพราะมองว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงทรัพย์สินที่น่าสนใจง่ายขึ้น แต่เบื้องต้นคาดว่าการลงทุนจะเป็นรูปแบบร่วมลงทุนกับกองทุนส่วนบุคคล โดยบริษัทจะรับบริหารและการันตีผลตอบแทนให้กับกองทุนส่วนบุคคลที่สนับสนุนเงินทุน เพราะบริษัทไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงสูงจนเกินไป







