
เจ้าสัวซีพีหนุนใช้ทุนสำรอง
ลงทุนระบบสาธารณูปโภค รับมือศก.โลกปีหน้าเผาจริง
ลงทุนระบบสาธารณูปโภค รับมือศก.โลกปีหน้าเผาจริง
เจ้าสัวซีพีแนะรัฐพลิกวิกฤตสร้างโอกาส เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลภาคเกษตร เตือนปีหน้าเศรษฐกิจโลกเผาจริง
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “จุดเปลี่ยนการค้าโลก : ไทยจะเดินอย่างไร” ในโอกาสเข้าร่วมงานฉลองครบรอบ 92 ปี กระทรวงพาณิชย์ ว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้ยังไม่แย่ แต่ปีหน้าแย่แน่ รัฐบาลควรพลิกวิกฤตหาโอกาส ตั้งรับด้วยการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ เร่งลงทุน ส่งเสริมนักธุรกิจไทยไปลงทุนต่างประเทศ
เรื่องการลงทุนต้องเลือกที่เป็นประโยชน์ ควรนำเงินทุนสำรองของประเทศที่มีอยู่มากไปลงทุน เช่น ระบบโลจิสติกส์ ท่าเรือ ชลประทาน รถไฟรางคู่ความเร็วสูง ตลอดจนใช้เงินส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทำเอทานอล เพราะได้ราคาดีกว่าการปลูกข้าว แต่จะต้องมีแผนรองรับใน 5-10 ปี จะใช้วัตถุดิบเหล่านี้มาผลิตเอทานอลเท่าไร ลดนำเข้าน้ำมันได้ปีละเท่าไร
ขณะที่ประเด็นการจำนำข้าวเห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะไปถามเกษตรกร เกษตรกรบอกว่าจำนำดีกว่าประกันรายได้ แต่พ่อค้าไม่พอใจ รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลควรผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว วางแผนในการดึงนักท่องเที่ยวจากจีน หากคน 10% ของจีน หรือ 130 ล้านคน มาเที่ยวไทย ที่สำคัญรัฐบาลต้องมองในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษปลอดภาษี อาจจะให้เช่าที่ดินได้ 99 ปี เพื่อดึงให้มาลงทุน ให้เป็นแหล่งซื้อสินค้าของนักท่องเที่ยว
ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) กล่าวว่า ไทยต้องเร่งการลงทุนภาครัฐชดเชยการส่งออกที่ชะลอตัว ขณะนี้เงินออมของเรามากกว่าเงินลงทุน หรือมีเงินออมเกือบ 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลตัดสินใจลงทุนเดี๋ยวนี้กว่าจะเสร็จอีก 6-7 ปี ก็ต้องประกาศให้เอกชนรู้ด้วยว่ารัฐจะทำอะไร เพื่อให้เอกชนเดินตาม
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา กล่าวว่า จุดเปลี่ยนการค้าโลกที่น่าจับตาจากนี้ไป คือ การค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ยังไม่มีความคืบหน้า แต่มีการนำมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีมาใช้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นไทยต้องปรับโครงสร้างเพื่อรับมือ โดยต้องใช้ระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เช่น การเร่งจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาว่าด้วยการค้า (ทริปส์) ในเรื่องยา การใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า เพื่อรับมือการเปิดเสรี โดยเฉพาะเออีซี ที่แม้จะมองว่าอาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็เดินมาถูกทาง รวมทั้งอาเซียนจะต้องเร่งเปิดตลาดบวกสาม
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงยังคงเป้าหมายการส่งออกไทยปีนี้ไว้ที่ 15% แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะคาดการส่งออกไทยปีนี้ลดเหลือ 7.3% เนื่องจากได้ปรับแผนเพื่อช่วยการส่งออกจากคณะทำงาน 4 คณะที่แก้ไขกฎระเบียบการค้า เช่น ลดภาษีวัตถุดิบ ซึ่งจะมีการเสนอ ครม.เศรษฐกิจอนุมัติแผนช่วยเหลือวันที่ 22 ส.ค.นี้







