
ปรับกฎสำรวจแร่
อุตฯหันใช้วิธีเคาะราคาขั้นต่ำ มั่นใจรัฐได้ประโยชน์โปร่งใส
อุตฯหันใช้วิธีเคาะราคาขั้นต่ำ มั่นใจรัฐได้ประโยชน์โปร่งใส
เล็งปรับวิธีขอสำรวจแร่ใหม่ กำหนดราคาขั้นต่ำ เลิกเกณฑ์เดิมใครมาก่อนได้ก่อน
ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แก้ไขวิธีปฏิบัติขั้นตอนขออนุมัติสำรวจแร่ใหม่ โดยให้ออกเป็นประกาศเปิดเป็นพื้นที่สำรวจแร่ให้ผู้ที่สนใจเข้ายื่นขอสำรวจ ภาครัฐจะกำหนดราคาขั้นต้น เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์และสร้างความโปร่งใส เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2485 การขอสำรวจแร่ใช้วิธีใครมาก่อนได้ก่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง
กระทรวงต้องการใช้วิธีเหมือนการขอสำรวจปิโตรเลียม โดยภาครัฐออกประกาศว่าจะเปิดพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่สำรวจเป็นรอบๆ แล้วแต่ชนิดของแร่ แล้วให้เอกชนยื่นเสนอขอสำรวจมา เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรัฐบาลน่าจะได้ประโยชน์โดยตรง ขณะนี้ กพร.อยู่ระหว่างแก้ไข อาจจะออกเป็นประกาศกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา
“ไม่ห่วงว่าจะมีคนบอกว่าเป็นช่องทางการคอร์รัปชั่น เพราะไม่ได้ทำ เรื่องเหมืองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแร่ก็เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงต้องดูให้รอบคอบ โดยเฉพาะการอนุมัติการขอสำรวจแร่ อาจทำให้การขอใบอนุญาตล่าช้าไปบ้าง เพราะบางรายขออนุญาตสำรวจพื้นที่ 2 แสนไร่ จะให้อนุมัติภายใน 7 วัน ก็คงยาก แค่ขอความเห็นจากทุกหมู่บ้านในพื้นที่ 2 แสนไร่ก็ไม่ทันแล้ว และมีค่าขอสำรวจ 2 ล้านบาท ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับมูลค่าโครงการ” ม.ร.ว. พงษ์สวัสดิ์ กล่าว
**สำหรับเรื่องการขอใบอนุญาตสำรวจแร่ หรือการต่อใบอนุญาต ขณะนี้การขอต่ออายุใบอนุญาตได้ลงนามไปหมดแล้ว โดยเฉพาะที่มีพื้นที่อยู่ในโฉนดตัวเอง และที่ได้สำรวจแล้วว่าไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เหมืองหิน ดินขาว เป็นต้น
ขณะที่การขออนุญาตสำรวจแร่ ยอมรับว่าล่าช้าจริง และตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐมนตรียังไม่ได้ลงนามให้รายไหนเลย ซึ่งมีค้างอยู่ประมาณ 45 ราย เช่น ขออนุญาตสำรวจแร่ทองคำ โปแตช เป็นต้น เพราะต้องไปตรวจสอบอย่างรอบคอบ และการล่าช้าก็ไม่น่าเป็นเรื่องเสียหาย เพราะแร่ก็ยังอยู่ใต้ดิน ไม่ได้เน่าเสีย ส่วนการของประทานบัตรใหม่ยังไม่มีเรื่องส่งเข้ามาให้พิจารณา
นอกจากนี้ จะเร่งดำเนินการจัดทำกฎระเบียบขั้นตอนการขออนุมัติใบอนุญาตใหม่ทุกประเภท เช่น การขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน การขออนุญาตนำเข้าสินค้า ให้มีขั้นตอนที่ชัดเจน สามารถอธิบายกับภาคเอกชนได้ โดยอาจจะต้องมีการปรับขั้นตอนภายในให้ชัดเจนขึ้น แต่ทั้งหมดต้องเป็นขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่การทำลัดขั้นตอน เช่น การนำเข้าสินค้ามาก่อนแล้วค่อยมาขออนุญาต







