
ASK ปีทอง ของกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์
ASK เป็นบริษัทการเงินที่ให้สินเชื่อรถยนต์ที่เน้นหนักที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ จึงได้รับอานิสงส์จากโครงการรถคันแรก
โดย...จิตรา อมรธรรม
ASK เป็นบริษัทการเงินที่ให้สินเชื่อรถยนต์ที่เน้นหนักที่รถยนต์เชิงพาณิชย์ จึงได้รับอานิสงส์จากโครงการรถคันแรก รายได้เกษตรกรและค่าจ้างที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อการเติบโตของสินเชื่อของบริษัทที่ FSS คาดว่าจะเติบโตสูง 32% ในปีนี้และ 24% ในปีหน้า ขณะที่การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มทำให้ ASK ได้รับอัตราผลตอบแทนจากเงินให้สินเชื่อที่เหนือกว่าคู่แข่ง เราคาดว่า ASK จะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยปี 2555-2557 ปีละ 27% และ EPS 22% ต่อปี คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอีกราว 7% ต่อปี จึงแนะนำซื้อ ราคาพื้นฐานสิ้นปีนี้ 14.80 บาท
ปีทองของกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์
ASK เป็นบริษัทการเงินที่ดำเนินธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทุกประเภท ส่วนใหญ่ของสินเชื่อเป็นสินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อยและกระจายตัวไปในรถยนต์ประเภทรถตู้ รถบรรทุก โดยในครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตถึง 15% จากสิ้นปีที่ผ่านมา ตามยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน บนสมมติฐานการเติบโตของยอดขายรถยนต์ปีนี้ที่ 51% และปีหน้า 10% FSS คาดว่า ASK น่าจะมีสินเชื่อขยายตัว 32% ในปีนี้ และอีก 24% ในปีหน้า นอกจากนี้การที่เป็นบริษัทที่มีความชำนาญเฉพาะกลุ่มทำให้ ASK มีผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม เห็นได้จากอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ในระดับสูงประมาณ 89% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่อยู่ที่ระดับ 5-6%) ขณะที่คาดว่าจะรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ไว้ได้ที่ 4.58% ในปีนี้ และ 4.40% ในปีหน้า
คุณภาพสินเชื่ออยู่ในระดับที่ดีมาก NPL อยู่ต่ำกว่า 1% มา 10 ปีติดต่อกัน
แม้ว่าพอร์ตสินเชื่อของ ASK จะมีความเสี่ยงสูงจากการให้สินเชื่อในกลุ่มผลตอบแทนสูงในสินเชื่อรถบรรทุกและรถตู้ เป็นต้น แต่การควบคุมคุณภาพสินเชื่ออยู่ในระดับที่ดีมากมาตลอด (จากประสบการณ์การอนุมัติสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงที่ดีของผู้บริหาร) NPL ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (หลังวิกฤตการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่) อยู่ที่ 0.8% ของสินเชื่อรวม และอัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญที่ 136.4% ของ NPL
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2555-2557 เติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ยปีละ 27%
FSS คาดว่ากำไรปี 2555 จะเพิ่มขึ้น 37% เป็น 454 ล้านบาท และกำไรในปี 2555-2557 คาดว่าจะเติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ย 27% ต่อปี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผล Dilution Effect ได้ทั้งหมด (ASK เพิ่งเพิ่มทุนสำเร็จโดยเป็นการขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคา 10 บาท ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา) โดยคาดว่า EPS (รวมหุ้นทั้งหมด) ปีนี้จะลดลง 8.6% แต่จะเติบโตก้าวกระโดด 26% ในปีหน้า
ประเมินราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 14.80 บาท และ Dividend Yield 7.6% “ซื้อ”
FSS ประเมินมูลค่าหุ้นโดยใช้วิธี Justified PER ที่ 11.24 เท่า ทำให้ได้ราคาพื้นฐานในปีนี้ที่ 14.80 บาท และคาดการณ์เงินปันผลหุ้นละ 0.92 บาท คิดเป็น Dividend Yield 7.6% ทั้งนี้ความเสี่ยงของบริษัทคืออัตราดอกเบี้ยที่อาจกลับเป็นขาขึ้น อาจส่งผลลบต่อความสามารถในการบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และภาระหนี้ที่มากกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องการเงินเพิ่มทุนอีกในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า







