posttoday
อิเล็กทรอนิกส์รุ่ง ส่งออกขยับ58%

อิเล็กทรอนิกส์รุ่ง ส่งออกขยับ58%

18 มีนาคม 2553

 

 

 

โพสต์ทูเดย์ — ส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เดือน ม.ค. พุ่ง 58.22% โกย 3,970 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายจารึก เฮงรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยภายหลังการประชุมซีอีโอฟอรัมที่จัดขึ้นโดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ว่า สถานการณ์การส่งออกสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอ นิกส์ในเดือน ม.ค. 2553 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 58.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่า 3,970 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับปัจจัยสำคัญมาจากตลาดส่งออกทุกตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนในสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนจีนในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าทั้งปีจะโต 12% มูลค่า 4.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มูลค่าส่งออกมากที่สุด ได้แก่ เครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและโรงงาน ส่งออก 216 ล้านเหรียญสหรัฐ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า 139 ล้านเหรียญสหรัฐ และกล้องถ่ายทีวี วิดีโอ 99 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมูลค่าของ 3 ลำดับแรกครอบคลุมมูลค่าการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 32%

ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ 1,585 ล้านเหรียญสหรัฐ วงจรรวม 580 ล้านเหรียญสหรัฐ และเครื่องส่ง เครื่องรับวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ และเครื่องเรดาร์ 76 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายจารึก กล่าวว่า ด้านการลงทุนยังคงมีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอยู่ ขณะนี้มีผู้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จำนวนมาก แต่จะเกิดการลงทุนจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งใน 12 เดือนหลังจากนี้น่าจะเห็นชัดเจน **“ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดการปิดสนามบินเหมือนครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากธรรมชาติของสินค้าประเภทนี้ต้องมีการส่งมอบสินค้าอย่างรวดเร็ว หากมีอุปสรรคทำให้เกิดการส่งมอบไม่ทัน ความเชื่อมั่นจากลูกค้าจะหายไป และคำสั่งซื้อก็จะลดลงตามไปด้วย” นายจารึก กล่าว

**นอกจากนี้ในระยะสั้นผู้ประกอบการที่รับจ้างการผลิต (โออีเอ็ม) จะต้องปรับประสิทธิภาพการผลิตเพื่อจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติไม่ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ส่วนในระยะยาวจะต้องมีการลงทุนเพื่อพัฒนาจากผู้รับจ้างการผลิตเป็นผู้ประกอบการที่มีการออกแบบสินค้า

นายวรวุฒิ เวสารัชกิจ ผู้บริหารทีมนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าว การลงทุนภาคเอกชนจะฟื้นตัวในอัตราเร่งได้หรือไม่ จะต้องติดตามการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดและปัญหาเสถียรภาพการเมือง รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม

นายพิทยา เลิศมหาฤทธิ์ นักวิชาการชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า คำขอรับส่งเสริมการลงทุนกิจการอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้มี 38 โครงการ ลงทุน 6,200 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วที่มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 20 โครงการ มูลค่าการลงทุน1,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี