posttoday
ปัดข้อเสนอเพิ่ม200บ.ซื้อข้าวนาปรัง

ปัดข้อเสนอเพิ่ม200บ.ซื้อข้าวนาปรัง

18 มีนาคม 2553

นายกฯติงซ้ำรอยระบบรับจำนํา เกษตรฯห่วงแล้งอาจเลื่อนนาปี

โพสต์ทูเดย์ — กขช. เบรก “พาณิชย์” เสนอเพิ่มราคารับซื้อข้าวขั้นต่ำ 200 บาท/ตัน เตือนซ้ำรอยระบบรับจำนำ

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ไม่เห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอให้เพิ่มราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้านาปรังขั้นต่ำ 200 บาท/ตัน จากราคาอ้างอิงข้าวที่เปิดจุดรับซื้อ โดยให้เหตุผลว่าอาจไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการประกันรายได้ เพราะไม่ต้องการให้ไปคล้ายระบบรับจำนำ

“สาเหตุที่นายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย เนื่องจากการซื้อข้าวในราคานำตลาดไม่ใช่แนวทางภายใต้รูปแบบการประกันรายได้ แต่มีรูปแบบคล้ายการรับจำนำข้าว ซึ่งจะกระทบกับแนวทางดูแลราคาสินค้าข้าวของรัฐบาล ดังนั้นมาตรการที่จะกำหนดต่อไปจะต้องไม่ขัดกับนโยบายประกันราคา” นางพรทิวา กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงต้องกลับไปพิจารณาแนวทางใหม่ โดยให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเสนอให้ กขช. รับทราบอีกครั้ง

สำหรับวิธีแก้ปัญหาข้าวราคาตกต่ำ เบื้องต้นได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำแผนโรดโชว์การขายข้าวตลาดต่างประเทศผ่านรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และการพิจารณากำหนดฐานราคารับซื้อข้าวขั้นต่ำ (ฟอร์ ไพรซ์) ที่จะกำหนดว่า หากราคาข้าวตกต่ำกว่าที่กำหนดไว้ รัฐบาลพร้อมจะรับซื้อทั้งหมดในราคาฐานทันที

“แนวทางที่จะดำเนินการใหม่นั้น คงต้องหาหลายทางเตรียมพร้อมไว้ อย่างกำหนดฐานราคาข้าวขั้นต่ำก็เป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไร และจำเป็นต้องกำหนดราคาฐานหรือไม่ คงต้องหารือภายในอีกครั้ง รวมทั้งจะยังไม่ตัดประเด็นการเพิ่มราคารับซื้อข้าวขั้นต่ำ 200 บาท/ตัน ด้วย เพื่อเป็นทางเลือกให้พิจารณา” นางพรทิวา กล่าว

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเปิดจุดรับซื้อข้าวในราคาอ้างอิง เนื่องจากเกณฑ์ราคาอ้างอิงเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับตลาด ไม่สามารถดึงราคาข้าวที่กำลังตกต่ำให้สูงขึ้นได้ อีกทั้งราคาอ้างอิงยังมีการเปลี่ยนแปลงทุก 7 วัน ทำให้ราคารับซื้อและราคาตลาดผันผวน ดังนั้นต้องการให้ภาครัฐกำหนดราคารับซื้อขึ้นมาโดยตรงในราคาสูงกว่าตลาด หากราคาตลาดสูงขึ้นค่อยยกเลิก

++“อยากให้รัฐบาลเห็นใจชาวนาบ้าง อย่ามองแค่เรื่องการตลาด หรือเกณฑ์ทฤษฎีเพียงอย่างเดียว ขอให้มองปัญหาที่เกิดขึ้นจริงด้วย หากข้าวราคายังตกแบบนี้ ต่อไปถ้าชาวนาทนไม่ไหว ก็ไม่แน่ใจอาจมีการชุมนุมก่อม็อบ กดดันรัฐบาลได้”นายประสิทธิ์ กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้รายงานราคาข้าว ณ วันที่ 17 มี.ค. โดยราคาข้าวหอมปทุมธานีตันละ 722 เหรียญสหรัฐ ลดลงจากราคา ณ วันที่ 10 มี.ค. อยู่ที่ 749 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ตันละ 542 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 538 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 5% ตันละ 500 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 497 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 25% ตันละ 451 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 450 เหรียญสหรัฐ ข้าวเหนียว ตันละ 730 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 726 เหรียญสหรัฐ

 

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลจากการปลูกพืชฤดูแล้งเกินเป้าหมายทำให้ปริมาณน้ำสำหรับจัดสรรเพื่อการเกษตรขณะนี้หมดแล้ว จากนี้ไปกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะลดปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนให้เหลือไว้ที่ 1,700 ล้านลูกบาศก์เมตร จนกว่าจะถึงเดือน มิ.ย. เพื่อไม่ให้กระทบต่อการปลูกข้าวนาปี หากฝนทิ้งช่วง ถ้าน้ำไม่พออาจต้องเลื่อนทำนาปีเหมือนปี 2537 ทำให้เกษตรกรเสียหาย

“กระทรวงเกษตรฯ กำลังศึกษาระบบปลูกข้าวในลุ่มเจ้าพระยาใหม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่หลักที่ใช้น้ำมากที่สุด ในปีนี้จะใช้หลักขอความร่วมมืองดการปลูก ส่วนในปีหน้าอาจต้องหามาตรการกฎหมายเข้ามาควบคุม” นายธีระ กล่าว

สำหรับผลสำรวจและติดตามพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ขณะนี้มีอยู่ 9 จังหวัด ได้แก่จังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ สุโขทัย ลำปาง อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี สตูลและตรัง แบ่งเป็น ด้านพืช 7 จังหวัด ได้แก่จังหวัดเชียงราย น่าน แพร่ สุโขทัย ลำปาง อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี สตูลและตรัง พื้นที่การเกษตรประสบภัย 1.3 แสนไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ไม่เสียหาย 8.7 หมื่นไร่ อยู่ระหว่างเฝ้าระวัง 2.2 หมื่นไร่และพื้นที่เสียหายแล้ว 2.3 หมื่นไร่ โดยช่วยเหลือด้วยเงินทดรองราชการแล้ว0.46 ล้านบาท จะของบกลางเพื่อช่วยเหลืออีก 19.31 ล้านบาท ส่วนด้านปศุสัตว์ พบพื้นที่ประสบภัย 3 จังหวัด คือ จังหวัดลำปาง สุโขทัยและตรัง สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ คือ โคกระบือ จำนวน 3,783 ตัวซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้เร่งให้การช่วยเหลือโดยสนับสนุนพืชอาหารสัตว์81.8 ตัน ในพื้นที่ประสบภัยแล้วเช่นกันสำหรับการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งนั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 684เครื่อง ในพื้นที่ 40 จังหวัด และรถบรรทุกน้ำ 8 คัน ในพื้นที่ 2 จังหวัดได้แก่ ภาคเหนือ 15 จังหวัด จำนวน 231 เครื่อง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10จังหวัด จำนวน 246 เครื่อง ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก 12 จังหวัดจำนวน 171 เครื่อง และรถบรรทุกน้ำ จำนวน 8 คัน และภาคใต้ 3 จังหวัด จำนวน33 เครื่อง รวมถึงการเพิ่มปริมาณน้ำฝนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่โดยขณะนี้สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 5 ศูนย์ 7 หน่วย ได้แก่ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ ภาคกลางจ. นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น และจ.อุบลราชธานี ภาคตะวันออก จ.ระยอง และภาคใต้ ที่ อ.หัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยผลการปฏิบัติการฝนหลวงสะสม ตั้งแต่วันที่ 25มกราคม ถึง 4 มีนาคม 2553 ขึ้นปฏิบัติการ จำนวน 11 วัน 62 เที่ยวบินมีรายงานฝนตกในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ชลบุรี สระแก้วฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี วัดปริมาณน้ำฝนได้ 0.1 30.3 มิลลิเมตร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท