
เอกรัฐปรับทิศ หาช่องลุยตปท.
“เอกรัฐ” เซ็งนโยบายรัฐซื้อไฟโซลาร์เซลล์ไม่คืบ เล็งหาพันธมิตรต่างชาติร่วมหวังเพิ่มทุน 400-500 ล้านบาท
“เอกรัฐ” เซ็งนโยบายรัฐซื้อไฟโซลาร์เซลล์ไม่คืบ เล็งหาพันธมิตรต่างชาติร่วมหวังเพิ่มทุน 400-500 ล้านบาท
นายวิวัฒน์ แสงเทียน ที่ปรึกษา บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้นโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของภาครัฐไม่มีความคืบหน้ามากว่า 2 ปี ส่งผลกระทบต่อบริษัท เอกรัฐ โซลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ทำให้ต้องเร่งหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อมองหาตลาดส่งออกต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะได้เม็ดเงินจากการเพิ่มทุนไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท
สำหรับการหาพันธมิตรร่วมทุนนั้น ที่ผ่านมามีการเจรจากันไปบ้างแล้วกับนักลงทุนจากหลายประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ โดยบริษัท เอกรัฐ จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงไม่ต่ำกว่า 25% จากเดิมที่ถืออยู่ 100% โดยเงื่อนไขในการเลือกผู้ร่วมทุนใหม่จะต้องมีตลาดโซลาร์เซลล์ที่น่าสนใจมารองรับด้วย เพราะหากตลาดโซลาร์เซลล์ในประเทศไม่ขยายตัว ก็ต้องเน้นเรื่องการส่งออกมากกว่า
ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวงพลังงานในการปรับเปลี่ยนราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ จากเดิมกำหนดส่วนต่างราคารับซื้อที่เรียกว่า แอดเดอร์ มาเป็นระบบ Feet in Tariff หรืออัตรารับซื้อไฟฟ้าตามต้นทุนจริงนั้น ทำให้ราคารับซื้อไฟฟ้าลดลงจาก 8.50 บาท/หน่วย อยู่ที่ 5-6 บาท/หน่วย
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติเมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปเสนอขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะไม่ได้รับการพิจารณา เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีของอุปกรณ์แผงโซลาร์เซลล์เริ่มถูกลง จึงไม่เห็นด้วยกับระบบการคิดราคาซื้อไฟฟ้าแบบใหม่ มีอัตราที่ต่ำเกินไป
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการปรับปรุงเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าใหม่ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว พร้อมทั้งทบทวนโครงการที่ยื่นเสนอขายไฟฟ้ามาเกือบ 3,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากมีบางโครงการที่ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไปแล้ว แต่ยังไม่ความคืบหน้าในเรื่องโครงการลงทุน ซึ่งกรณีนี้หากพบว่าเกินระยะเวลาที่กำหนดก็ต้องตัดโครงการทิ้งไป







