
กลยุทธ์สร้างมูลค่าของ...กลุ่มชิน
เมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ของเทมาเซก สิงคโปร์ ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์
โดย...เจียรนัย อุตะมะเมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ของเทมาเซก สิงคโปร์ ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์ โดย “ทมยันตี คงพูลศิลป์” ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ ได้กล่าวถึง 5 กลยุทธ์ในการฟันฝ่าของกลุ่มในครึ่งปีหลัง ดังนี้
ประการแรก การเข้าประมูลใบอนุญาต โทร.มือถือระบบ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ผ่านบริษัทลูกบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC)
ประการที่สอง การดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับดาวเทียมดวงใหม่ผ่านบริษัท ไทยคม (THCOM)
ประการที่สาม การลงทุนใหม่ในบริษัทร่วมลงทุนที่ช่วยเสริมและต่อยอดธุรกิจหลักในเครือ
ประการที่สี่ หาช่องทางการลงทุนในการทำดิจิตอล ทีวี ผ่านบริษัทลูกที่คาดว่าจะจัดตั้งใหม่
ประการที่ห้า พัฒนาธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงผ่านบริษัท ซีเอส ล็อกซ อินโฟ (CSL)
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน มีมุมมองว่ากลยุทธ์เหล่านี้ จะต่อยอดการเติบโตในระยะยาวให้บริษัทในกลุ่มและสะท้อนสู่มูลค่าหุ้นของ INTUCH ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องดูหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะประกาศเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดเงินลงทุน
“จุดแข็งด้านการเงินของ INTUCH ที่ไม่มีหนี้ ทำให้บริษัทมีความพร้อมต่อการลงทุนใหม่ และจะเป็นโอกาสกำไรและเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสม INTUCH จึงแนะนำให้ซื้อมูลค่าที่เหมาะสม 70 บาท ADVANC มูลค่าที่เหมาะสมของ 3จี 2100 เมกะเฮิรตซ์ 172 บาท แนะนำถือ ส่วนTHCOM มูลค่าที่เหมาะสม 18.10 บาท แนะนำซื้อ”
“ทมยันตี” กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ INTUCH ยังมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องตามผลประกอบการของบริษัทในเครือ โดยเฉพาะบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่ได้ปรับเป้ารายได้ปีนี้ขึ้นเป็น 8-10% จากเดิมที่คาดว่าจะโตเพียง 5-6% ขณะที่บริษัท ไทยคม (THCOM) ก็มีผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น โดยมีกำไรติดต่อกัน 4 ไตรมาสแล้ว และคาดว่าจะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้เร็วๆ นี้
“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าในปีนี้ก็ยังมีแนวโน้มปันผลเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทในเครือทุกแห่งมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้น ส่วนในปีหน้าคงต้องมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง” ทมยันตี กล่าว
สำหรับ ADVANC “นัฐิยา พัวพงศกร” ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ได้ให้เป้าหมายใหม่ของผลการดำเนินงานปีนี้ ได้แก่
ประการแรก รายได้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายหรือไอซี) จะเติบโต 8-10% (บริการเสียงเติบโต 5% และรายได้บริการไม่ใช่เสียงเติบโต30% จากเดิม 20%
ประการที่สอง รายได้จากการขายเติบโต 20% จากเดิม 10%
ประการที่สาม ค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายลดลง 13% จากปีก่อนและยังคงอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาสำหรับปีนี้ไว้ที่ 44% และงบลงทุน 8,000 ล้านบาท
รายได้ไม่ใช่เสียงยังคงเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้บริการเสียงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง ค่าใช้จ่ายการตลาดนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนสิ้นปี 2555
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ลดคำแนะนำหุ้น ADVANC จากซื้อเป็นถือเนื่องจากราคาหุ้นในขณะนี้ค่อนข้างเต็มมูลค่าแล้วจากราคาเป้าหมาย 212 บาท
ขณะที่ THCOM “เคน สตรุทเกอร์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้รวมเติบโต 8-9% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก มีรายได้แล้ว 3,800 ล้านบาท เป็นการเติบโตตามธุรกิจทีวีดาวเทียมที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังคาดว่าดีต่อเนื่อง ทั้งรายได้และกำไรปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้มีอัตราใช้ช่องสัญญาณไอพีสตาร์เพิ่มเป็น 32% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ในประเทศอินเดียหลายราย คาดว่าจะได้ลูกค้ารายใหญ่ 1 ราย และบริษัทยังมีสิทธิหาลูกค้าใช้เข้ามาใช้บริการไอพีสตาร์ในประเทศจีน ซึ่งจะทำให้ในปีหน้าจะมีอัตราการใช้ช่องสัญญาณเพิ่มขึ้นเป็น 40%
สำหรับธุรกิจโทรศัพท์มือถือเอ็มโฟน ในประเทศกัมพูชา ที่ยังประสบผลขาดทุนไตรมาสละ 120-130 ล้านบาทนั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายกิจการให้กับผู้ประกอบการในกัมพูชา 2 ราย คาดจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กำไรของบริษัทเติบโตขึ้น เพราะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายจากผลขาดทุนดังกล่าวปีละเกือบ 500 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ประมาณการแนวโน้มผลการดำเนินงานTHCOM ไตรมาส 3 ที่ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 838% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 30% จากไตรมาส 2 จากรายได้แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นจากดาวเทียมไทยคม 5 และไอพีสตาร์จากลูกค้าอินเดียและญี่ปุ่น รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจดาวเทียมและเอ็มโฟน
“เราปรับคำแนะนำเพิ่มกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นอีก 17% เป็น 500 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นอีก 6% เป็น 845 ล้านบาท สำหรับปี 2556 เพื่อสะท้อนการควบคุมการใช้จ่ายที่ดีกว่าคาด ดังนั้นราคาเป้าหมายจึงเพิ่มเป็น 20.50 บาทและแนะนำให้ซื้อ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ คาดว่าปี 2555 INTUCH จะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 56% จากปี 2554จากผลการดำเนินของ ADVANC ที่ได้รับแนวโน้มหลักของบริการที่ไม่ใช่เสียงและการหมดไปของรายการพิเศษ (การตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์ดีพีซี) ที่จะผลักดันกำไรสุทธิของ ADVANC ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปี 2554 ที่ 60% ผนวกกับการที่ THCOM จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิปีแรก388 ล้านบาท จากแรงหนุนของการเติบโตรายได้จากดาวเทียมไอพีสตาร์ที่คาดว่าจะมีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นแตะ 32% ในปีนี้
“เราประเมินมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทลูก ADVANC และTHCOM ที่ราคาเหมาะสม 214 บาท และ 18 บาท ตามลำดับ โดยคิดส่วนลด 10% ได้ราคาเป้าหมายปีนี้ของ INTUCH ที่ 75 บาท มีโอกาสราคาขื้น 15% ประกอบกับนโยบายปันผลอย่างน้อย 100% ส่งผลให้คาดว่าเงินปันผลของทั้งปีที่ 4.56 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 7%
ล่าสุด INTUCH ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 2.2 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 2555 และจ่ายปันผลวันที่ 12 ก.ย. 2555 จึงคงคำแนะนำให้ซื้อ
นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำให้ซื้อหุ้น INTUCH ให้ราคาพื้นฐาน 78 บาท







