posttoday
กลยุทธ์สร้างมูลค่าของ...กลุ่มชิน

กลยุทธ์สร้างมูลค่าของ...กลุ่มชิน

20 สิงหาคม 2555

เมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ของเทมาเซก สิงคโปร์ ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์

โดย...เจียรนัย อุตะมะเมื่อสัปดาห์ก่อนกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ของเทมาเซก สิงคโปร์ ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์ โดย “ทมยันตี คงพูลศิลป์” ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ ได้กล่าวถึง 5 กลยุทธ์ในการฟันฝ่าของกลุ่มในครึ่งปีหลัง ดังนี้

ประการแรก การเข้าประมูลใบอนุญาต โทร.มือถือระบบ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ผ่านบริษัทลูกบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC)

ประการที่สอง การดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับดาวเทียมดวงใหม่ผ่านบริษัท ไทยคม (THCOM)

ประการที่สาม การลงทุนใหม่ในบริษัทร่วมลงทุนที่ช่วยเสริมและต่อยอดธุรกิจหลักในเครือ

ประการที่สี่ หาช่องทางการลงทุนในการทำดิจิตอล ทีวี ผ่านบริษัทลูกที่คาดว่าจะจัดตั้งใหม่

ประการที่ห้า พัฒนาธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงผ่านบริษัท ซีเอส ล็อกซ อินโฟ (CSL)

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน มีมุมมองว่ากลยุทธ์เหล่านี้ จะต่อยอดการเติบโตในระยะยาวให้บริษัทในกลุ่มและสะท้อนสู่มูลค่าหุ้นของ INTUCH ที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องดูหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะประกาศเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งเพื่อกำหนดเงินลงทุน

กลยุทธ์สร้างมูลค่าของ...กลุ่มชิน

 

“จุดแข็งด้านการเงินของ INTUCH ที่ไม่มีหนี้ ทำให้บริษัทมีความพร้อมต่อการลงทุนใหม่ และจะเป็นโอกาสกำไรและเพิ่มมูลค่าที่เหมาะสม INTUCH จึงแนะนำให้ซื้อมูลค่าที่เหมาะสม 70 บาท ADVANC มูลค่าที่เหมาะสมของ 3จี 2100 เมกะเฮิรตซ์ 172 บาท แนะนำถือ ส่วนTHCOM มูลค่าที่เหมาะสม 18.10 บาท แนะนำซื้อ”

“ทมยันตี” กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ INTUCH ยังมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องตามผลประกอบการของบริษัทในเครือ โดยเฉพาะบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่ได้ปรับเป้ารายได้ปีนี้ขึ้นเป็น 8-10% จากเดิมที่คาดว่าจะโตเพียง 5-6% ขณะที่บริษัท ไทยคม (THCOM) ก็มีผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น โดยมีกำไรติดต่อกัน 4 ไตรมาสแล้ว และคาดว่าจะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้เร็วๆ นี้

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าในปีนี้ก็ยังมีแนวโน้มปันผลเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทในเครือทุกแห่งมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้น ส่วนในปีหน้าคงต้องมาประเมินสถานการณ์อีกครั้ง” ทมยันตี กล่าว

สำหรับ ADVANC “นัฐิยา พัวพงศกร” ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ได้ให้เป้าหมายใหม่ของผลการดำเนินงานปีนี้ ได้แก่

ประการแรก รายได้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายหรือไอซี) จะเติบโต 8-10% (บริการเสียงเติบโต 5% และรายได้บริการไม่ใช่เสียงเติบโต30% จากเดิม 20%

ประการที่สอง รายได้จากการขายเติบโต 20% จากเดิม 10%

ประการที่สาม ค่าตัดจำหน่ายโครงข่ายลดลง 13% จากปีก่อนและยังคงอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาสำหรับปีนี้ไว้ที่ 44% และงบลงทุน 8,000 ล้านบาท

รายได้ไม่ใช่เสียงยังคงเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้บริการเสียงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง ค่าใช้จ่ายการตลาดนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนสิ้นปี 2555

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ลดคำแนะนำหุ้น ADVANC จากซื้อเป็นถือเนื่องจากราคาหุ้นในขณะนี้ค่อนข้างเต็มมูลค่าแล้วจากราคาเป้าหมาย 212 บาท

ขณะที่ THCOM “เคน สตรุทเกอร์” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้รวมเติบโต 8-9% จากปีก่อนที่มีรายได้ 7,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก มีรายได้แล้ว 3,800 ล้านบาท เป็นการเติบโตตามธุรกิจทีวีดาวเทียมที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังคาดว่าดีต่อเนื่อง ทั้งรายได้และกำไรปีนี้

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้มีอัตราใช้ช่องสัญญาณไอพีสตาร์เพิ่มเป็น 32% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ในประเทศอินเดียหลายราย คาดว่าจะได้ลูกค้ารายใหญ่ 1 ราย และบริษัทยังมีสิทธิหาลูกค้าใช้เข้ามาใช้บริการไอพีสตาร์ในประเทศจีน ซึ่งจะทำให้ในปีหน้าจะมีอัตราการใช้ช่องสัญญาณเพิ่มขึ้นเป็น 40%

สำหรับธุรกิจโทรศัพท์มือถือเอ็มโฟน ในประเทศกัมพูชา ที่ยังประสบผลขาดทุนไตรมาสละ 120-130 ล้านบาทนั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายกิจการให้กับผู้ประกอบการในกัมพูชา 2 ราย คาดจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้กำไรของบริษัทเติบโตขึ้น เพราะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายจากผลขาดทุนดังกล่าวปีละเกือบ 500 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ประมาณการแนวโน้มผลการดำเนินงานTHCOM ไตรมาส 3 ที่ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 838% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 30% จากไตรมาส 2 จากรายได้แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นจากดาวเทียมไทยคม 5 และไอพีสตาร์จากลูกค้าอินเดียและญี่ปุ่น รวมถึงค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจดาวเทียมและเอ็มโฟน

“เราปรับคำแนะนำเพิ่มกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นอีก 17% เป็น 500 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นอีก 6% เป็น 845 ล้านบาท สำหรับปี 2556 เพื่อสะท้อนการควบคุมการใช้จ่ายที่ดีกว่าคาด ดังนั้นราคาเป้าหมายจึงเพิ่มเป็น 20.50 บาทและแนะนำให้ซื้อ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ คาดว่าปี 2555 INTUCH จะมีกำไรจากการดำเนินงานที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 56% จากปี 2554จากผลการดำเนินของ ADVANC ที่ได้รับแนวโน้มหลักของบริการที่ไม่ใช่เสียงและการหมดไปของรายการพิเศษ (การตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์ดีพีซี) ที่จะผลักดันกำไรสุทธิของ ADVANC ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปี 2554 ที่ 60% ผนวกกับการที่ THCOM จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิปีแรก388 ล้านบาท จากแรงหนุนของการเติบโตรายได้จากดาวเทียมไอพีสตาร์ที่คาดว่าจะมีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นแตะ 32% ในปีนี้

“เราประเมินมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของบริษัทลูก ADVANC และTHCOM ที่ราคาเหมาะสม 214 บาท และ 18 บาท ตามลำดับ โดยคิดส่วนลด 10% ได้ราคาเป้าหมายปีนี้ของ INTUCH ที่ 75 บาท มีโอกาสราคาขื้น 15% ประกอบกับนโยบายปันผลอย่างน้อย 100% ส่งผลให้คาดว่าเงินปันผลของทั้งปีที่ 4.56 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนปันผลที่ 7%

ล่าสุด INTUCH ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 2.2 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 ส.ค. 2555 และจ่ายปันผลวันที่ 12 ก.ย. 2555 จึงคงคำแนะนำให้ซื้อ

นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำให้ซื้อหุ้น INTUCH ให้ราคาพื้นฐาน 78 บาท

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ