posttoday
สัปดาหืนี้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ31.40-31.70

สัปดาหืนี้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ31.40-31.70

20 สิงหาคม 2555

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.40-31.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โดย...พุฒิกุล อัครชลานนท์

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.40-31.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากำหนดทิศทาง โดยวันจันทร์นี้จะมีการประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของไทย ซึ่งน่าจะออกมาดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากภาคการผลิตได้ฟื้นตัวจากน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา

และคาดว่าในสัปดาห์นี้ กรมศุลกากรของไทยจะประกาศตัวเลขส่งออกและนำเข้า ซึ่งน่าจับตาดูว่าตัวเลขส่งออกจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่อในเดือน ก.ค. หรือไม่

ระยะนี้เราจะเห็นได้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ทำให้การคาดการณ์ถึง QE 3 เริ่มผ่อนลง อย่างไรก็ดี น่าจับตาดูต่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยในสัปดาห์นี้ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าติดตามของทางสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศของเฟดสาขาชิคาโก ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศเบื้องต้น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และรายงานการประชุมของเฟด (ซึ่งนักลงทุนรอดูสัญญาณของการผ่อนคลายนโยบายจากรายงานฉบับนี้ด้วย)

สัปดาห์นี้ ทางเอชเอสบีซีจะรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีน ขณะที่ทางยูโรโซนก็จะรายงานตัวเลข PMI เบื้องต้นของทั้งภาคการผลิตและบริการ โดยน่าจับตาดูว่าภาคการผลิตของเยอรมนีจะหดตัวอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ขณะที่วิกฤตหนี้ยูโรโซนยังคงดำเนินต่อไป

สัปดาหืนี้เงินบาทแกว่งตัวในกรอบ31.40-31.70

 

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานการส่งออกและนำเข้าของเยอรมนี ผลผลิตภาคก่อสร้างของยูโรโซน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซนด้วย ทางอังกฤษเองก็จะรายงานตัวเลขเบื้องต้นของ GDP ไตรมาส 2 ในวันศุกร์ ทั้งนี้ อังเกลา แมร์เกิล มีกำหนดการที่จะพบกับประธานาธิบดีของฝรั่งเศสในวันที่ 23 ส.ค. และนายกรัฐมนตรีของกรีซในวันที่ 24 ส.ค.

ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวในกรอบแคบหลังเปิดตลาดในวันอังคาร โดยค่าเงินบาทไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากำหนดทิศทาง เรามองว่าตลาดบางส่วนคงจะรอข้อมูลสำคัญในเดือน ก.ย.เป็นหลัก โดยข้อมูลที่สำคัญก็คือ การที่ทางศาลรัฐธรรมนูญของเยอรมนีจะเปิดเผยคำตัดสินเกี่ยวกับกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (European Stability Mechanism หรือ ESM) ซึ่งเยอรมนีถือเป็นประเทศที่สมทบทุนให้แก่กองทุน ESM มากที่สุด หากไม่มีเยอรมนี กองทุนนี้อาจจะไม่สามารถดำเนินการได้ และตลาดบางส่วนก็รอผลการประชุมของเฟดในเดือน ก.ย.นี้ด้วย แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างยอดค้าปลีก ผลผลิตอุตสาหกรรม หรือการอนุมัติการก่อสร้างที่ปรับตัวดีขึ้นได้ลดคาดการณ์ของ QE 3 ลงบ้าง เงินเหรียญสหรัฐ/บาท ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 31.50 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

ค่าเงินยูโร ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในทิศทางอ่อนค่าก่อนดีดตัวขึ้นปลายสัปดาห์ โดยช่วงต้นสัปดาห์แม้ว่าตัวเลข GDP ของเยอรมนีในไตรมาส 2 จะออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย และข้อมูลจากสหรัฐอยู่ในเชิงบวก แต่ค่าเงินยูโรก็ยังไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปสูงมาก เนื่องจากความกังวลที่ยังมีอยู่เกี่ยวกับเศรษฐกิจยูโรโซนที่หดตัวในไตรมาส 2 การหดตัวของเศรษฐกิจอิตาลี และเศรษฐกิจที่แทบไม่ได้ขยายตัวเลยของฝรั่งเศส อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายสัปดาห์ ตลาดมีความหวังว่ารัฐบาลยูโรโซนจะดำเนินการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้หลังจากถ้อยแถลงของ อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปการคลังในยูโรโซนสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว และเธอยังกล่าวสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาของอีซีบีอีกด้วย ยูโร/เหรียญสหรัฐ ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 1.2365 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

ค่าเงินเยน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าอย่างเห็นได้ชัด โดยปรับอ่อนค่าทะลุระดับ 79.0 เทียบเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อนักลงทุนลดความต้องการเงินเยนลง หลังตลาดเข้าสู่ภาวะความต้องการความเสี่ยงขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาดีขึ้น (จะเห็นได้ว่าตลาดรับแต่ข่าวดี โดยไม่สนใจตัวเลขที่ออกมาไม่ดีเท่าไรนัก) ทั้งนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 อันอ่อนแอของญี่ปุ่นที่ประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ ก็ทำให้มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นด้วย และรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นยังแสดงให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นทางการเงินรอบใหม่ ซึ่งปัจจัยนี้กดดันให้ค่าเงินเยนปรับอ่อนค่าด้วย เหรียญสหรัฐ/เยน ณ วันศุกร์อยู่ที่ระดับ 79.47 (เวลาประมาณ 17.00 น.)

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล ประเภทอายุ 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.10% 3.21% และ 3.41% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่อัตราผลตอบแทนไปอยู่ใกล้กับระดับต่ำสุดในรอบเกือบปี ทำให้มีการปรับฐานทางเทคนิค (Technical Correction) ขึ้นมา ประกอบกับเป็นการปรับตัวขึ้นตามอัตราผลตอบแทนของประเทศเพื่อนบ้านและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหลังนักลงทุนลดการคาดการณ์ของ QE 3 ลง

ผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาล Benchmark 10 ปี (LB21DA) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าไม่ได้ออกมาดีมาก เนื่องจากอัตราผลตอบแทนสูงสุดที่ได้ในการประมูลอยู่ที่ 3.27% ซึ่งสูงกว่าในตลาดรองที่อยู่ที่ 3.25% อย่างไรก็ดี มีความต้องการเข้ามาประมูลอยู่ที่ 1.48 เท่าของวงเงินการประมูล ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้สำหรับวงเงินการประมูล 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับวันพุธนี้ จะมีการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 50 ปี วงเงิน 6,000 ล้านบาท (LB616A) ซึ่งทางเราคาดว่าผู้เข้าประมูลหลักๆ ก็จะเป็นบริษัทประกันเช่นเคย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท