posttoday
วิกฤตหนี้เริ่มกระเตื้องบิ๊กอียูไฟเขียวอีซีบีอุ้มยูโรโซน

วิกฤตหนี้เริ่มกระเตื้องบิ๊กอียูไฟเขียวอีซีบีอุ้มยูโรโซน

19 สิงหาคม 2555

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้นข่าวดีครั้งล่าสุดต่อวิกฤตหนี้ยุโรป ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ประกาศหนุนท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระหว่างการเดินทางเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการว่า ให้เข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่กำลังมีปัญหาด้านการระดมทุน เพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์หนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซน

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้นข่าวดีครั้งล่าสุดต่อวิกฤตหนี้ยุโรป ภายหลังจากนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ประกาศหนุนท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระหว่างการเดินทางเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการว่า ให้เข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่กำลังมีปัญหาด้านการระดมทุน เพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์หนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซน

การส่งสัญญาณบวกดังกล่าวนับเป็นการสนับสนุนถ้อยแถลงของ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ซึ่งเป็นผู้เสนอแผนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศที่กำลังประสบวิกฤตการเงินอย่างหนักจนไร้ศักยภาพการระดมทุนได้เป็นอย่างดี โดยอีซีบีมีกำหนดประกาศแผนยุทธศาสตร์ซื้อพันธบัตรกลุ่มประเทศยูโรโซน ภายในวันที่ 6 ก.ย.นี้

ภายหลังการประกาศดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ฝั่งเอเชียจนถึงยุโรป ดีดตัวขึ้นแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดบวกที่ 9,162.50 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. ขณะที่ดัชนีแด็กซ์ เยอรมนี ก็ทะลุเหนือระดับจิตวิทยา 7,000 จุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นความคืบหน้าเชิงบวกต่อมาตรการแก้วิกฤตหนี้ยุโรป แต่ทว่าก่อนหน้านี้บรรดานักวิเคราะห์ต่างออกมาแสดงความกังวลว่า แผนการเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรของอีซีบีอาจไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังคงมีความขัดแย้งระหว่างผู้กำหนดนโยบายของอีซีบีต่อแผนการดังกล่าว โดยบางส่วนให้เหตุผลว่า มาตรการดังกล่าวจะยิ่งทำให้อีซีบีต้องแบกรับภาระหนี้สินของทั้งสเปนและอิตาลี ซึ่งจะทำให้คุณภาพงบดุลบัญชีของอีซีบีเสื่อมถอยลง

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจ (ซีอีบีอาร์) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองชื่อดังในอังกฤษ ได้ออกรายงานเตือนฉบับล่าสุดอีกว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะยังคงซบเซายาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2556 และอาจจะชะลอตัวติดต่อกันไปอีก 4 ปี อันเป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญอย่างวิกฤตการณ์หนี้ยุโรป ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแตกแยกของกลุ่มยูโรโซน ประกอบกับความเสี่ยงที่ปัญหาในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นด้วย

รายงานระบุว่า ความเสี่ยงที่อาจมีการแยกตัวของกลุ่มยูโรโซน และความเป็นไปได้ที่อิสราเอลอาจใช้กำลังโจมตีอิหร่านนั้น คาดว่าจะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม จึงได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2556 ลงมาอยู่ที่ 2.7% จากเดิม 3.2% พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2557-2559 ลงมาอยู่ที่ 3.2% จาก 3.5%

นอกจากนี้ ซีอีบีอาร์ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจแยกออกมาเป็นรายภูมิภาคอีกด้วยว่า ในปีหน้าทวีปอเมริกาเหนือน่าจะมีการขยายตัวที่สดใสกว่าของทวีปยุโรป โดยสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 1.7% สวนทางกับยูโรโซนที่น่าจะหดตัวลง 0.8% ในปีนี้ และ 0.1% ในปีหน้า

ทางด้านกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่นั้น อาทิ จีน คาดว่าการขยายตัวลดลงมาเหลือเพียงแค่ราว 7% ภายในปี 2559 ขณะที่อินเดียจะขยายตัวได้ในอัตราที่ต่ำกว่า 6% ทั้งในปีนี้และปีหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ