
หุ้นทะยานรับข่าวดียุโรป
แมร์เกิลไฟเขียวปล่อยอีซีบีซื้อพันธบัตรอุ้มยูโรโซน
แมร์เกิลไฟเขียวปล่อยอีซีบีซื้อพันธบัตรอุ้มยูโรโซน
ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งรับสัญญาณบวกยุโรป หลังเยอรมนีเห็นด้วยกับแผนซื้อพันธบัตรยูโรโซน
ตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ฝั่งเอเชียจนถึงยุโรป ดีดตัวขึ้นแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เมื่อวันที่ 17 ส.ค. หลังได้รับสัญญาณบวกเมื่อนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ประกาศหนุนท่าทีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ให้เข้าแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์หนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซน
ผู้นำเยอรมนีได้ กล่าวว่า ถ้อยแถลงเมื่อต้นเดือนนี้ของ มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ว่าได้วางรายละเอียดสำหรับการเข้าซื้อพันธบัตรช่วยประเทศที่ประสบปัญหาในยูโรโซนเอาไว้แล้วนั้น ถือเป็นเรื่องที่สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกับบรรดาผู้นำยุโรป ในการแก้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ พร้อมยังเรียกร้องให้กลุ่มยูโรโซนเร่งดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาโดยเร็ว
“เป็นที่ชัดเจนว่าเวลากำลังบีบร่นเข้ามา ในการแก้ไขวิกฤตการณ์หนี้ยุโรปนั้น เรารู้สึกว่ากำลังเป็นไปในทิศทางเดียวกันในหลายประเด็น และบรรดาผู้กำหนดนโยบายในกลุ่มยูโรโซน ก็รู้สึกถึงความจำเป็นที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาสกุลเงินร่วมเอาไว้” แมร์เกิล กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรี สตีเฟน ฮาร์เปอร์ ระหว่างการเดินทางเยือนแคนาดาอย่างเป็นทางการ
การส่งสัญญาณดังกล่าว รวมไปถึงปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ได้ดันให้ตลาดหุ้นทั้งในฝั่งเอเชียและยุโรปดีดตัวขึ้นทันที ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวก 69.74 จุด หรือ 0.77% ไปปิดที่ 9,162.50 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.
ทางด้านดัชนีแด็กซ์ เยอรมนี ก็บวกได้ 0.21% ไปทะลุเหนือระดับจิตวิทยา 7,000 จุด ดัชนีซีเอซี 40 บวก 0.35% อยู่ที่ 3,492.81 จุด และฟุตซี 100 บวก 0.31% อยู่ที่ 5,852.62 จุด ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 17 ส.ค.
ทั้งนี้ อีซีบีจะประกาศยุทธศาสตร์ซื้อพันธบัตรกลุ่มประเทศยูโรโซน ภายในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ในขณะที่ศาลสูงของเยอรมนีจะมีคำตัดสินในวันที่ 12 ก.ย.นี้ว่า จะเห็นชอบให้รัฐสภาเยอรมนีให้สัตยาบันในกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอสเอ็ม) หรือไม่ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เนเธอร์แลนด์จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น
สัญญาณบวกของตลาดทุนโลกยังมีขึ้นในวันเดียวกับที่สำนักงานสถิติยุโรป (ยูโรสแตต) เปิดเผยว่า ยุโรปมีดุลการค้าในเดือน มิ.ย. เกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นผลมาจากมาตรการรัดเข็มขัดลดรายจ่าย และการปฏิรูปเศรษฐกิจในเชิงโครงสร้างที่เริ่มเห็นผลแล้ว
ยูโรสแตต ระบุว่า ยอดดุลการค้าเดือน มิ.ย. เกินดุลอยู่ที่ 1.49 หมื่นล้านยูโร โดยสูงกว่าในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเกินดุลมาเพียง 200 ล้านยูโร ขณะที่ยอดการส่งออกก็เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. ส่วนทางด้านอีซีบียังรายงานด้วยว่า ดุลบัญชีเดินสะพัดของกลุ่มยูโรโซนในเดือน มิ.ย. ได้เกินดุลเพิ่มขึ้นเป็น 1.27 หมื่นล้านยูโร จาก 1.03 หมื่นล้านยูโร ในเดือนก่อนหน้า







