
ยุคนบริโภคสร้างหนี้สูงดึงไทยซ้ำรอยกรีซ
เตือนรัฐบาลใช้นโยบายประชานิยม ยุให้คนบริโภคก่อหนี้สูง อาจทำให้ไทยซ้ำรอยกรีซ
เตือนรัฐบาลใช้นโยบายประชานิยม ยุให้คนบริโภคก่อหนี้สูง อาจทำให้ไทยซ้ำรอยกรีซ
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทยและแนวทางการพัฒนาประเทศในอนาคต” โดยแสดงความเป็นห่วงว่า นโยบายกระตุ้นการบริโภคและการก่อหนี้ของรัฐบาล ที่ไม่พิจารณาบริบทโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะทำให้ไทยประสบวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น กรีซ
นายโฆสิต ระบุว่า กรีซโมเดล หรือรูปแบบที่นำไปสู่การล่มสลายของกรีซมีลักษณะ 2 ประเด็น คือ 1.เอกชนอ่อนแอ ธุรกิจแข่งขันไม่ได้ มีเสียงยุให้คนในประเทศบริโภคกันมากๆ และครัวเรือนไม่มีการออม ในขณะที่สังคมไทยมีคนกลุ่มหนึ่งเริ่มคิดว่า การยุให้คนไทยบริโภคและก่อหนี้ ไม่มีการออม จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางไหน
2.รัฐบาลมีบทบาทสูงและมีนโยบายประชานิยม ที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการบริโภคและก่อหนี้ เพื่อให้ตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวสูงๆ แต่ไม่มีความยั่งยืน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการก่อหนี้เป็นนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องทำในบางช่วง แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างประชากรด้วย เพราะประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดการเพิ่มขนาดตลาด
“วันนี้ประเทศไทยมาถึงจุดที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องนี้แล้ว เราต้องทำให้สังคมเข้าใจ เพราะหากวิกฤตอย่างกรีซเกิดขึ้น ไม่มีใครแก้ได้ เทวดาก็แก้ไม่ได้” นายโฆสิต กล่าว
นายโฆสิต ย้ำว่า การก่อหนี้ของรัฐบาลต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การก่อหนี้หรือจัดสวัสดิการสังคมให้คนรุ่นนี้นั้น เป็นการนำเงินรุ่นลูกหลานมาใช้ จึงต้องมองยาว กว้าง และลึก
ด้านนายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) เปิดเผยถึงนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ว่าต้องการให้รัฐบาลดูรายรับของประเทศด้วย เพราะหากมีการใช้นโยบายประชานิยมมากขึ้น จะทำให้รายรับห่างจากรายจ่ายไปเรื่อยๆ จะเกิดการสะสมจนอาจก่อให้เกิดปัญหาเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับกรีซได้ในอนาคต ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาษีบางตัว เช่น การเก็บภาษีทรัพย์สิน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย







