
สร้างวินัยการซื้อขายฟิวเจอร์สด้วย Stop Order (ตอนที่ 1)
การควบคุมผลขาดทุนในการเทรดฟิวเจอร์ส หรือ Cut Loss ถือเป็นการสร้างวินัยในเทรดที่สำคัญ ซึ่งเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยสร้างวินัยการซื้อขายนี้ แม้ในยามที่ผู้ลงทุนไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างวันได้ ก็คือ คำสั่งการซื้อขายแบบพิเศษที่ชื่อว่า Stop Order นั่นเอง ในสัปดาห์นี้คอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” จะนำรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานคำสั่งนี้มาเล่าให้ฟังครับ
การควบคุมผลขาดทุนในการเทรดฟิวเจอร์ส หรือ Cut Loss ถือเป็นการสร้างวินัยในเทรดที่สำคัญ ซึ่งเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยสร้างวินัยการซื้อขายนี้ แม้ในยามที่ผู้ลงทุนไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างวันได้ ก็คือ คำสั่งการซื้อขายแบบพิเศษที่ชื่อว่า Stop Order นั่นเอง ในสัปดาห์นี้คอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” จะนำรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานคำสั่งนี้มาเล่าให้ฟังครับ
คำสั่ง Stop Order เป็นคำสั่งการซื้อขายในตลาดอนุพันธ์ ที่ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน คือ (1) เงื่อนไขในการส่งคำสั่ง และ (2) คำสั่งที่ต้องการส่ง โดยหากเงื่อนไขในการส่งคำสั่งเป็นจริงแล้ว โปรแกรมก็จะทำการส่งคำสั่งซื้อขายที่ต้องการเข้าไปในระบบ ผู้ลงทุนจึงสามารถกำหนดเงื่อนไขของคำสั่งในลักษณะที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ว่า หากราคาเปลี่ยนไปจนทำให้ผู้ลงทุนขาดทุนถึงระดับที่กำหนดแล้ว ให้ส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปเพื่อปิดสถานะของสัญญา
โดยในส่วนของการกำหนดเงื่อนไขการส่งคำสั่งนั้น ผู้ลงทุนสามารถระบุเงื่อนไข (Stop Condition) ว่าให้โปรแกรมอย่าเพิ่งส่งคำสั่งปิดสถานะเข้าไปในระบบ จนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ราคาเสนอซื้อ (Bid) ราคาเสนอขาย (Offer) หรือราคาซื้อขายล่าสุด (Last) ปรับตัวจนเท่ากับ มากกว่า หรือน้อยกว่า ราคาที่กำหนดไว้ (Stop Price)
ตัวอย่างเช่น หาก Stop Condition ระบุว่า Bid >= Stop Price จะหมายความว่าระบบจะส่งคำสั่งเข้าระบบจับคู่ก็ต่อเมื่อราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุดของฟิวเจอร์สมีค่าเท่ากับหรือสูงกว่าราคาที่กำหนดในเงื่อนไข โดยหากในวันนั้นราคาเสนอซื้อของฟิวเจอร์สดังกล่าวไม่ปรับขึ้นไปจนสูงกว่าระดับที่กำหนด ก็จะไม่มีการส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบ เพราะถือว่ายังไม่ครบเงื่อนไขที่ผู้ลงทุนระบุไว้ในเบื้องต้น
หลังจากเงื่อนไขเป็นจริงแล้ว โปรแกรมก็จะส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในระบบ โดยคำสั่งซื้อขายนี้อาจเป็นคำสั่งเพื่อเปิดสถานะหรือปิดสถานะของสัญญาก็ได้ และผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งเพื่อซื้อหรือขายในราคาตลาดที่กำลังมีการจับคู่ในขณะนั้น (Market Price) หรือแบบที่ระบุราคาที่ต้องการ (Limit Price) ก็ได้
ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนที่มีสถานะซื้อ KTB Futures ไว้ที่ 17.60 บาท และต้องการ Cut Loss ไว้ ณ ระดับที่ราคา KTB Futures ลดต่ำลงไปถึงระดับ 5% จากราคาที่เคยซื้อไว้ ก็สามารถใช้คำสั่ง Stop Order ที่ระบุรายละเอียดว่าต้องการ Short KTB Futures เพื่อปิดสถานะของสัญญาที่ Market Price หากราคา Bid <= 16.72 บาท
ดังนั้น โปรแกรมจะรับคำสั่งไว้แต่ยังไม่ส่งคำสั่งดังกล่าวเข้าสู่ระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายจนกว่าราคาเสนอขายที่ดีที่สุดจะปรับลดลงมาจนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 16.72 บาท และเมื่อราคา KTB Futures ปรับลดลงมาจนมากกว่า 16.72 บาทแล้ว โปรแกรมก็จะทำการส่งคำสั่งขาย KTB Futures ที่ราคาตลาดทันที ทำให้ผู้ลงทุนสามารถปิดสถานะของ KTB Futures ได้ตามที่ต้องการ ในช่วงเวลาที่ราคา KTB Futures ปรับตัวลดลง
คำสั่ง Stop Oder ถือเป็นคำสั่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถ Cut loss ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งในครั้งต่อไป นัดพบอนุพันธ์จะนำตัวอย่างที่ควรระวังเมื่อผู้ลงทุนต้องการใช้ Stop Order มาเล่าให้ฟังนะครับ
พิเศษ!!! ตลาดอนุพันธ์ฯ จัดโปรโมชัน แจก The New iPad ทันที ต้อนรับการซื้อขาย USD Futures สำหรับผู้ลงทุนที่มีการซื้อขายในช่วง 3 เดือนแรก (มิ.ย-ส.ค. 2555) รวมกันเกินกว่า 1.5 หมื่นสัญญา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.TFEX.co.th หรือ SET Call Center 02-229-2222 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย







