
แมคฯมุ่งผุดร้านนอกห้าง
กันเสี่ยงค่าเช่าพุ่งบริหารง่ายเล็งขอบริษัทแม่เปิดอินโดจีน
กันเสี่ยงค่าเช่าพุ่งบริหารง่ายเล็งขอบริษัทแม่เปิดอินโดจีน
แมคโดนัลด์ รุกผุดสแตนด์อะโลน กันเสี่ยงค่าเช่าในห้างพุ่งดันต้นทุนเพิ่มตาม ลุ้นบริษัทแม่ไฟเขียวขยายสาขาอินโดจีน
นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมคไทย ผู้บริหารร้านแมคโดนัลด์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจร้านแมคโดนัลด์นับจากนี้ไป จะมุ่งขยายสาขาในรูปแบบร้านเดี่ยว (สแตนด์อะโลน) มากขึ้น โดยวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 50% จากการขยายสาขาใหม่ปีละกว่า 20 แห่ง
ทั้งนี้ เนื่องจากสาขารูปแบบสแตนด์อะโลนบริษัทสามารถบริหารจัดการได้เองทั้งหมด เช่น เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รวมถึงมีโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่การเปิดสาขาในห้างค้าปลีกมักถูกจำกัดเรื่องเวลา รวมทั้งค่าเช่าพื้นที่มีการปรับขึ้นทุก 3 ปี เฉลี่ย 10-20%
นอกจากนี้ ในรูปแบบสแตนด์อะโลนบริษัทสามารถเช่าที่ดินแล้วสร้างเองได้ ซึ่งในระยะยาวมีความคุ้มค่ากว่า รวมถึงการให้บริการยังมีความหลากหลายกว่า อาทิ แมคคาเฟ่ ไดรฟ์ทรู หรือเดลิเวอรี เป็นต้น และยังมีขนาดพื้นที่ให้บริการที่ใหญ่กว่าหรือประมาณ 500 ตร.ม. มี 200 กว่าที่นั่ง ขณะที่ในบางสาขามีขนาดสูง 2 ชั้น เป็นต้น
“สาขาสแตนด์อะโลน 1 สาขา ยังทำรายได้เท่ากับ 2 สาขาสำหรับรูปแบบแบบปกติในห้างค้าปลีก” นายชิว กล่าว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนสาขารูปแบบสแตนด์อะโลนจะสูงกว่าอยู่ที่ราว 40 ล้านบาทต่อสาขา แต่ความสามารถในการทำรายได้และกำไรสูงกว่า 50-100% จากสาขาในห้าง ที่มีมูลค่าการลงทุนราว 10-20 ล้านบาท ซึ่งการเปิดร้านสแตนด์อะโลนมี 2 แบบ คือ การเปิดในคอมมูนิตีมอลล์แบบเปิด รวมทั้งการลงทุนเองในพื้นที่ที่เช่ามา
สำหรับแผนขยายสาขาปีนี้ คาดเปิดเพิ่มอีก 22 แห่ง โดยครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 11 แห่ง ในครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 11 แห่ง เน้นรูปแบบสแตนด์อะโลนราว 50% โดยมีที่ดินเตรียมไว้แล้วทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งในครึ่งปีแรกเปิดสาขาสแตนด์อะโลนไปแล้ว อาทิ หาดใหญ่ พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ บางใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นต้น ซึ่งสาขาล่าสุด คือ พอร์โต้ ชิโน่ ซึ่งเป็นคอมมูนิตีมอลล์และยังเป็นโมเดลที่มีดีไซน์ใหม่ด้วย
ปัจจุบันแมคโดนัลด์มีสาขาเปิดบริการรวมทั้งสิ้น 170 แห่ง มีร้านสาขาสแตนด์อะโลนราว 37 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบริการไดรฟ์ทรูด้วย โดยรายได้ที่มาจากร้านแบบสแตนด์อะโลนมีสัดส่วน 30% ส่วนอีก 70% เป็นรายได้มาจากร้านสาขาในห้างค้าปลีก แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 120 แห่ง ต่างจังหวัด 50 แห่ง
ด้านผลประกอบการ 7 เดือนแรกปีนี้เติบโต 20% และคาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตเช่นเดียวกัน ส่งผลทั้งปีเติบโต 20% นอกจากนี้บริษัทยังมีความสนใจที่จะขยายธุรกิจในอินโดจีนด้วย หากบริษัทแม่ของแมคโดนัลด์เปิดโอกาสในการยื่นขอไลเซนส์ได้ เพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เจรจา







