
ทุนนอกไหลกลับไทย
เวิลด์แบงก์ส่งสัญญาณรับมือลงทุนสดใสแต่บาทจ่อแข็งค่า
เวิลด์แบงก์ส่งสัญญาณรับมือลงทุนสดใสแต่บาทจ่อแข็งค่า
เวิลด์แบงก์ส่งสัญญาณทุนนอกเริ่มไหลกลับเข้าไทย เตือนตั้งรับให้ดี แถมเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า
น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร เศรษฐกรอาวุโสของธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยในงานสัมมนา “2012 Thailand Investment Environment : Maximizing the AEC Opportu nity” จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ไทยควรเตรียมรับมือกับเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามา เพราะขณะนี้นักลงทุนยุโรปพยายามจะหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูง และความน่าสนใจในการลงทุนก็อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไทยจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันก็จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้น
“ในช่วงที่เกิดวิกฤตยุโรปก็มีการดึงเงินกลับเข้าประเทศก่อน ทำให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคงที่นักลงทุนจะเริ่มมองหาแหล่งเงินทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงและนำเงินออกไปลงทุนอีกครั้ง ซึ่งอาเซียนเป็นจุดหมายที่น่าสนใจ” น.ส.กิริฎา กล่าว
ขณะเดียวกันเวิลด์แบงก์ยังคงอัตราการขยายตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยไว้ที่ 4.5% เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังจะได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตที่คาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เต็ม 100% ขณะที่ไตรมาส 4 ปีที่แล้วมีฐานที่ต่ำมาก ทำให้จีดีพีทั้งปีของปี 2555 จะขยายตัวได้ 4.5% อย่างไม่น่ามีปัญหา
อย่างไรก็ตาม ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้อีกนาน อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยอยู่บ้าง แต่ภาคเอกชนได้เตรียมตัวรับมือและปรับตัวกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยการหาตลาดใหม่มารองรับ เพราะวิกฤตครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบมานานแล้ว แต่อาจจะมีกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ ซึ่งรัฐบาลก็ตื่นตัวกับปัญหานี้อย่างมากและพยายามที่จะให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในการรับมือกับวิกฤต
สำหรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เวิลด์แบงก์มีความเป็นห่วงผู้ประกอบการไทย เพราะยังกลัวเรื่องการรวมกลุ่มประเทศและกลัวจะแข่งขันไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการให้เอกชนมองเห็นโอกาสที่ใหญ่ขึ้น มีการนำเข้าสินค้าในภูมิภาคอัตราภาษีเป็นศูนย์ สามารถดึงคนที่มีความรู้ความสามารถจากภูมิภาคมาพัฒนาประเทศได้
นายนันดอร์ วอนเดอลู ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า ไทยยังมีปัญหาเรื่องการเปิดเสรีภาคบริการอยู่ที่ไม่กล้าเปิดเสรีอย่างเต็มที่ เพราะกลัวจะได้รับผลกระทบ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าไม่เปิดไทยก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นจึงต้องเปิดตัวเองเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังกังวลเรื่องการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งแต่ละประเทศจะเอามาใช้เพื่อกีดกันทางการค้าทางอ้อม หากเปิดเออีซีแล้วสิ่งเหล่านี้ควรจะหมดไปและต้องเปิดเสรีอย่างแท้จริง







