posttoday
‘กสิกร’ลุยหุ้นสหรัฐ

‘กสิกร’ลุยหุ้นสหรัฐ

16 สิงหาคม 2555

มองเศรษฐกิจฟื้นโอกาสเข้าลงทุนดอกเบี้ยต่ำฉุดตราสารหนี้ไร้เสน่ห์

มองเศรษฐกิจฟื้นโอกาสเข้าลงทุนดอกเบี้ยต่ำฉุดตราสารหนี้ไร้เสน่ห์

บลจ.กสิกรไทย จ่อเปิดตัวกองทุนหุ้นสหรัฐปลายเดือนนี้ รับเศรษฐกิจสหรัฐฟื้น มองดอกเบี้ยต่ำ แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นกำไรดีกว่าตราสารหนี้

นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกกองทุนเพื่อไปลงทุนในหุ้นสหรัฐช่วงปลายเดือน ส.ค.นี้ เนื่องจากมองว่าเป็นช่วงจังหวะที่ดีในช่วงที่เศรษฐกิจของสหรัฐกำลังฟื้นตัว โดยจะไปลงทุนในกองทุนหลักของมอร์แกน สแตนเลย์ ที่มีการบริหารในเชิงรุก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนมีนโยบายการลงทุนที่ครบถ้วนมากขึ้น หลังจากนั้นอาจออกกองทุนหุ้นสหรัฐที่ลงทุนแบบเชิงรับ

“หุ้นที่ไปลงทุนจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ของบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้จากนอกสหรัฐเฉลี่ยประมาณ 40% และที่ผ่านมาภาพของกำไรบริษัทในสหรัฐกับภาพเศรษฐกิจก็แตกต่างกันอย่างมาก ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุน โดยกองทุนหุ้นสหรัฐนี้จะมีการป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 70%” นายนาวิน กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบัน บริษัทพยายามมองหาโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้ในต่างประเทศเข้ามาผสม เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้นักลงทุน โดยแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนโดยจัดสรรเงินลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งในจังหวะแบบนี้ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นบ้าง เพื่อโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนที่ดี

นายชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์ ผู้บริหารกองทุนฝ่ายจัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าคงไม่ปรับตัวขึ้น และตลาดก็ตอบรับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปล่วงหน้าแล้ว และดอกเบี้ยน่าจะทรงตัวไปถึงกลางปี 2556 โดยบริษัทมองว่ามีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะปรับลดลงประมาณ 0.25% ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารยังไม่ปรับตัวขึ้น และจะยังทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง เพราะสินเชื่อของธนาคารไม่ได้เติบโตมากและปัจจุบันสภาพคล่องยังล้นระบบ

“ดอกเบี้ยที่ต่ำทำให้กองทุนตราสารหนี้ในระบบยังเติบโตต่อเนื่อง โดยกองทุนตราสารตลาดเงินทั้งระบบมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีประมาณ 89 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทเทอมฟันด์ต่างๆ ที่ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือน เพราะผลตอบแทนใกล้เคียงกับ 12 เดือน นักลงทุนจึงเลือก 6 เดือน เพื่อรอดูทิศทางดอกเบี้ยปลายปี” นายชัชชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐและกลุ่มยุโรป ทำให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งไทยเพิ่มมากขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดถือครองตราสารหนี้คงค้างประมาณ 2 แสนล้านบาท ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มก็คงจะยังเป็นไปต่อเนื่อง

นายชัชชัย กล่าวว่า ในภาวะปัจจุบันแนะนำให้นักลงทุนล็อกการลงทุนในตราสารหนี้อายุยาวที่สุด เพื่อล็อกผลตอบแทนเอาไว้จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด และทางที่ดีควรเพิ่มน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะแนวโน้มในปีหน้ากองทุนตราสารตลาดเงินคงให้ผลตอบแทนอยู่ประมาณ 2% กว่าๆ

ด้านนายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสที่จะทรงตัวถึงสิ้นปี แต่ปีหน้าคาดว่าดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะปรับขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงเติบโตดี ประกอบกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อจะเริ่มมีมากขึ้นในปีหน้า ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียโอกาสจากอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นในอนาคต ควรเน้นลงทุนระยะสั้นอายุไม่เกิน 1 ปี

บริษัทเปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ตราสารหนี้คืนกำไร 3M14 เสนอขายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1521 ส.ค. 2555 ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ จ่ายผลตอบแทนคืนทุก 3 เดือน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท