posttoday
ห่วงรถคันแรกทำวงการป่วน

ห่วงรถคันแรกทำวงการป่วน

15 สิงหาคม 2555

สิทธิผลหวั่นทำไลน์ผลิตสับสน ทุ่มพันล.ขยายโรงงานรับเออีซี

สิทธิผลหวั่นทำไลน์ผลิตสับสน ทุ่มพันล.ขยายโรงงานรับเออีซี

สิทธิผล 1919 ห่วงรถคันแรกทำผู้ผลิตขยายไลน์ผลิตเกินความต้องการ เสนอสร้างรถยนต์ของประเทศ ส่วนบริษัทพร้อมรับเออีซีทุ่มงบไปแล้วกว่า 1 พันล้าน รองรับความต้องการ

นายทนง ลี้อิสสระนุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธิผล 1919 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทของรัฐบาล ส่งผลให้ความต้องการรถยนต์ที่สามารถเข้าโครงการดังกล่าวโดยเฉพาะรถอีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และขณะนี้ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่าความต้องการที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อใด

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้ขยายไลน์การผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ แต่หากในอนาคตยอดจำหน่ายในประเทศกลับสู่สภาวะปกติ อาจทำให้ผู้ผลิตรถยนต์เกิดปัญหาในเรื่องปริมาณการผลิตได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ ไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ต้องมีการปรับสเป็กให้ตรงกับความต้องการในแต่ละตลาด

“เห็นว่ารัฐบาลน่าจะให้ความสำคัญของผลผลิตทางการเกษตรมากกว่า เพราะรายได้หลักของประเทศไทยไม่ใช่มาจากรถยนต์” นายทนง กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่าภายใน 2 ปีต่อจากนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หากโครงการรัฐบาลสิ้นสุดลง ก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทิศทางของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

นายทนง กล่าวว่า ส่วนตัวต้องการให้รัฐบาลมีโครงการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่เป็นตรายี่ห้อของคนไทยเหมือนเช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย เพราะประเทศไทยมีศักยภาพพร้อมทุกด้าน ทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ แรงงานฝีมือ ขาดแต่เพียงแนวคิดในการจัดทำและการส่งเสริมของนโยบายภาครัฐเท่านั้น

สำหรับความพร้อมรับเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นั้น บริษัทเตรียมบุกตลาดอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบภายใน 2 ปี โดยประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการพัฒนา และยืนยันว่าไม่มีความคิดที่จะย้ายหรือตั้งโรงงานผลิตในที่ใด เนื่องจากการย้ายการผลิตไปที่ใดหมายความว่าต้องย้ายความรู้ความชำนาญไปไว้ในประเทศนั้นด้วย “ประเทศไทยต้องเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ด้านชิ้นส่วนอะหลั่ย แต่ภาครัฐจะต้องจัดการเรื่องปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์หรือการปลอมสินค้า อย่างเข้มงวด” นายทนง กล่าว เนื่องจากมองว่าไม่มีประเทศใดในอาเซียน ที่มีการรวมกลุ่มของบริษัทชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ต่างๆไว้ภายใต้บริษัทเดียวดังเช่นบริษัทซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการทำตลาดในประเทศ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว ในรูปแบบต่างๆภายใต้กลุ่มบริษัทสิทธิผล

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิตในโรงงานต่างๆ เพื่อรับมือการเปิดเออีซี พร้อมกับลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์อีโคคาร์ โดยบริษัทมีความพร้อมในการเปิดเออีซีอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี คาดว่าการเปิดเออีซีจะส่งผลให้ยอดจำหน่ายระหว่างการส่งออกและในประเทศอยู่ที่ 70% ต่อ 30% ตามลำดับ หรือมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกของปีมีอัตราเติบโตแล้วกว่า 20% และคาดว่าทั้งปีจะเติบโตในระดับ 20% โดยยอดจำหน่ายปี 2554 อยู่ที่ 2,300 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท