
เฟรเซอร์ฯระอุไทยเบฟผงาดถือหุ้น26.4%
ไทยเบฟ โดดซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นเพิ่มเป็น 26.4% ส่งผล ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ วงในหวั่นสะดุดแผนไฮเนเก้นซื้อเอพีบี
ไทยเบฟ โดดซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นเพิ่มเป็น 26.4% ส่งผล ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ วงในหวั่นสะดุดแผนไฮเนเก้นซื้อเอพีบี
รายงานข่าวจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ แจ้งว่า หลังจากบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล เบฟเวอเรจ โฮลดิ้งส์ (ไอบีเอชแอล) บริษัทในเครือไทยเบฟฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ (เอฟแอนด์เอ็น) โดยสัญญาดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประโยชน์โดยอ้อมในหุ้นเอฟแอนด์เอ็นผ่านไอบีเอชแอล จำนวนรวมทั้งสิ้น 375,661,322 หุ้น หรือ 26.4% ของจำนวนหุ้นที่ออกของเอฟแอนด์เอ็นทั้งหมด 1,422,683,509 หุ้น
ทั้งนี้ มูลค่าเงินลงทุนในเอฟแอนด์เอ็นในราคาตลาดรวมสูงถึง 3,226.63 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 82,286 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 เหรียญสิงคโปร์ เท่ากับ 25.5111 บาท)
ขณะที่รอยเตอร์สและไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า การที่บริษัทในเครือไทยเบฟฯ ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเอฟแอนด์เอ็น อาจส่งผลต่อการพิจารณาขายหุ้นเอเชีย แปซิฟิก บริวเวอรีส์ (เอพีบี) 40% ให้กับบริษัท ไฮเนเก้น ซึ่งยังต้องรอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นก่อน
นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดคำถามว่า ไทยเบฟฯ ในฐานะผู้ถือหุ้น 26.4% และคิริน โฮลดิงส์ จากญี่ปุ่น ซึ่งถือหุ้น 15% จะเห็นชอบตามข้อเสนอของบอร์ดบริหารเอฟแอนด์เอ็น ที่รับข้อเสนอของไฮเนเก้นในการเข้าซื้อหุ้นเอพีบี 40% ในวงเงิน 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.29 แสนล้านบาท) หรือไม่
นอกจากนี้ หากไฮเนเก้นสามารถถือหุ้นเอพีบี 40% จะส่งผลให้ไฮเนเก้นกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 82% ในเอพีบี และได้สิทธิในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราว 24 ยี่ห้อทั่วเอเชีย รวมถึงเบียร์ไทเกอร์และบินตัง แต่ข้อตกลงของบอร์ดบริหารยังต้องรอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นของเอฟแอนด์เอ็นก่อน ขณะที่ไคน์เดสต์ เพลส ซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายของไทยเบฟและมีหุ้นในเอพีบี 8.6% ยังได้เสนอซื้อหุ้นเอพีบีอีก 7.3% ราคาหุ้นละ 55 เหรียญสิงคโปร์ สูงกว่าราคาที่ไฮเนเก้นเสนอซื้อราว 10% ซึ่งอาจส่งผลไฮเนเก้นต้องเสนอราคาสูงขึ้น







