
กสทช.เร่งปรับเงื่อนไขวิทยุ-3จี
กสทช. พร้อมปรับกำลังส่งวิทยุชุมชน –เพดานถือครองคลื่น 3 จี ส่งบอร์ดเคาะร่วมกัน 22 ส.ค.
กสทช. พร้อมปรับกำลังส่งวิทยุชุมชน –เพดานถือครองคลื่น 3 จี ส่งบอร์ดเคาะร่วมกัน 22 ส.ค.
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า กสท. พร้อมปรับเงื่อนไขในร่างร่างประกาศหลักเกณฑ์ การกำหนดเงื่อนไขในร่างหลักเกณฑ์การกำหนดเทคนิคและอุปกรณ์ เครื่องส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียง ในประเด็นที่กำหนดให้ผู้ประกอบการวิทยุชุมชนสามารถใช้กำลังส่งที่ 500 วัตต์ จากเดิมที่กำหนด 100 วัตต์
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการหลายราย เช่น มูลนิธิเสียงธรรม สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย ที่เห็นไปในทิศทางดียวกันในเรื่องของการเพิ่มกำลังส่ง และ เสาส่งสัญญาณให้มีความสูงมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งกสท. จะประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 20 ส.ค. และเสนอให้บอร์ดใหญ่ พิจารณาในวันที่ 22 ส.ค. และคาดว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะประกาศใช้ได้ช่วงต้น ก.ย.
นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุท้องถิ่นไทย กล่าวว่า ได้ยื่นข้อเสนอใน 3 เรื่อง ต่อ กสท. คือ การเพิ่มกำลังส่งจาก 100 วัตต์ เป็นไม่เกิน 500 วัตต์ การเปลี่ยนให้ใช้เสาส่งสัญญาณสูง 40 เมตรเป็นไม่เกิน 60 เมตรและให้ยกเลิกการกำหนดรัศมีการกระจายเสียงที่ระบุว่าไม่เกิน 15 กม. เนื่องจากอยากให้รัศมีที่ครอบคลุมเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะกำลังส่ง 500 วัตต์สามารถส่งได้ครอบคลุม 15-20 กม. ซึ่งการกำหนดรัศมีครอบคลุมการส่งของกสทช.ไม่ตอบโจทย์ลักษณะความแตกต่างในเชิงภูมิศาสตร์และบริบทด้านพื้นที่ของแต่ละภูมิภาค
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กทค.วันที่ 15ส.ค.นี้จะพิจารณาปรับเพดานการถือครองคลื่นความถี่ (Spectrum Cap) จาก 20 เมกะเฮิร์ตซ เหลือ 15 เมกะเฮิร์ตซ ประเด็นสำคัญที่บรรจุอยู่ในหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลเพื่อประมูล ใบอนุญาต 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ
สำหรับการปรับเปลี่ยนที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้น เพราะหลังจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 ราย มีความเห็นความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจำนวน 15 เมกะเฮิร์ตซ เพียงพอแล้ว เนื่องจากในอนาคตจะมีการประมูลคลื่นอื่นๆ ตามมาอีก รวมทั้งในอนาคตกสทช. เตรียมออกหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า เมื่อรวมทุกคลื่นความถี่คือ 850 900 1800 และ 2100 เมกะเฮิร์ตซ แล้ว แต่ละรายควรถือครองได้ไม่เกินเท่าไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการกักตุนคลื่นความถี่มากเกินไป
อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทั้งหมดขึ้นอยู่กับบอร์ดชุดใหญ่เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง แต่หากเป็นการปรับเปลี่ยนที่ได้จากการรับฟังความเห็นสาธารณะ เชื่อว่าบอร์ดใหญ่จะไม่มีปัญหาใดๆ เพราะกทค. สามารถชี้แจงเหตุผลที่กำหนดไว้เดิมและสาเหตุที่ปรับเปลี่ยนลงมาได้







