
ญี่ปุ่นหวั่นปัญหามาบตาพุดมากกว่าการเมือง
นักลงทุนญี่ปุ่นห่วงปัญหามาบตาพุด มากกว่าการเมืองไทย จี้รัฐบาลเร่งสะสาง ด้านก.อุตฯเดินหน้าชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติ
นักลงทุนญี่ปุ่นห่วงปัญหามาบตาพุด มากกว่าการเมืองไทย จี้รัฐบาลเร่งสะสาง ด้านก.อุตฯเดินหน้าชี้แจงขั้นตอนการปฏิบัติ
นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการร่วมเดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่นว่า นักธุรกิจญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหามาบตาพุด มากกว่าปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากนักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คุ้นเคยกับเหตุการณ์ทางการเมืองในไทยอยู่แล้ว แต่ปัญหามาบตาพุดถือเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและขั้นตอนการปฏิบัติยังไม่มีความชัดเจน จึงทำให้นักลงทุนไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า หรือวางแผนการลงทุนได้
ทั้งนี้ ไทยได้ชี้แจงรายละเอียดต่อนักลงทุน โดยเฉพาะกรอบเวลาจัดทำขั้นตอนต่างๆ เช่น การจัดตั้งองค์กรอิสระ และความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อประเภทกิจการที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนนี้
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการตามมาตรา 67 ของโครงการที่ผ่านการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้วน่าจะใช้เวลาประมาณ 8-9 เดือน ซึ่งตอนนี้มีโครงการประมาณ 40 โครงการดำเนินการแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้อีก 6 เดือน น่าจะมีโครงการที่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 67 ครบถ้วน ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีโครงการที่ได้รับอนุมัติอนุญาตดำเนินการต่อไปได้
นางมณฑา ประนุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ในการโรดโชว์ดังกล่าวได้หารือกับบริษัทอาซาฮี ที่เข้ามาร่วมลงทุนกับกลุ่ม ปตท.ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและถูกศาลปกครองสั่งระงับโครงการ ซึ่งอาซาฮีได้ยืนยันกับกระทรวงอุตสาหกรรมว่าพอใจการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดของรัฐบาล และพร้อมที่จะผลักดันฐานการผลิตในไทยให้สำเร็จ







