posttoday
ปตท.ชูกำไร8,513ล.

ปตท.ชูกำไร8,513ล.

12 สิงหาคม 2555

ปตท.โชว์กำไร 8,513 ล้านบาท รูดแรง 73% คาดไตรมาส 3 ฟื้นตามเศรษฐกิจ-ราคาน้ำมันส่วนบ้านปูลดแค่ 13%

ปตท.โชว์กำไร 8,513 ล้านบาท รูดแรง 73% คาดไตรมาส 3 ฟื้นตามเศรษฐกิจ-ราคาน้ำมันส่วนบ้านปูลดแค่ 13%

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปีนี้ กำไรสุทธิ 8,513 ล้านบาท กำไรทรุดลงประมาณ 73% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิกว่า 32,277 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ผลงานรวม 6 เดือนปีนี้ กำไรสุทธิ 45,899 ล้านบาท หรือ 16.07 บาทต่อหุ้น ปรับตัวลงประมาณ 31% จากกำไรสุทธิถึง 67,199 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 23.57 บาท

ไตรมาส 2 ปีนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายจำนวน 682,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 6.1% แต่ลดลง 1.3% หากเทียบกับไตรมาสแรกปีนี้

ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 เป็นผลจากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นส่วนใหญ่จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 110.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 106.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลก็ตาม

ขณะที่กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น (อิบิตดา) เพิ่มขึ้น 8.2% หรือจำนวน 4,511 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผลงานที่ดีขึ้นของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) หรือ PTTEP และหน่วยธุรกิจน้ำมัน แต่ค่าการกลั่น (GRM) ลดลง และเกิดขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน รวมทั้งมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการตีราคามูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นไปตามราคาตลาด (NRV) ส่วนผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีมีผลการดำเนินงานที่ลดลง

ทางด้านสภาพคล่องของ ปตท. และบริษัทย่อย ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2555 มีกระแสเงินสดลดลงสุทธิ 20,028 ล้านบาท คงเหลือจำนวน 96,104 ล้านบาท จากปี 2554

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 บริษัท ปตท.คาดว่าเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และราคาน้ำมันดิบดูไบ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากในไตรมาส 2 แต่ราคาผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์มีแนวโน้มที่จะอ่อนตัวลง

ทางด้านบริษัท บ้านปู (BANPU) กำไรสุทธิลดลงเพียง 13.48% เหลือจำนวน 2,734 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีนี้ และรวมครึ่งปีกำไรสุทธิ 5,518 ล้านบาท หรือลดลง 55% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) ถึงกับขาดทุนสุทธิ 454 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีนี้ พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 748 ล้านบาท และรวม 6 เดือนกำไรสุทธิ 292 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 1,052 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทยังมีมติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 31 ส.ค.นี้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ขาดทุนมาจากราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) ในตลาดโลกที่มีความผันผวน โดยปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศ และกลุ่มบริษัทต้องตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าของสินค้าในไตรมาส 2 จำนวน 192.28 ล้านบาท เทียบกับจำนวน 45.53 ล้านบาท ในระยะเดียวกันปีก่อน ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมติดลบ 191.37 ล้านบาท หรือลดลงเป็นติดลบ 1.68% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรขั้นต้น 806.85 ล้านบาท หรือ 6.3%

นอกจากนั้นในไตรมาส 2 ปีนี้ ก็ไม่มีกำไรพิเศษจากการซื้อกิจการเหมือนระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรจำนวน 498.17 ล้านบาท ในการซื้อกิจการที่ซัวเถา

รายได้จากการขาย จากการขนส่งและการให้บริการ มีจำนวน 11,370.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.43% จากไตรมาส 2 ปี 2554 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจการจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศ แต่รายได้อื่นๆ ลดลง รายการใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง ซึ่งเกิดจากธุรกิจการจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศ  

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ