
‘KTB’ติดปีกเพิ่มทุนหนุนธุรกิจขยายตัวอีกหลายปี
“กรุงไทย” เพิ่มทุนถูกจังหวะ ฉุดราคาหุ้นไม่มาก ส่งผลดีธุรกิจระยะยาว โบรกเกอร์แนะใช้สิทธิเพิ่มทุน ให้เป้า 2021.60 บาท
“กรุงไทย” เพิ่มทุนถูกจังหวะ ฉุดราคาหุ้นไม่มาก ส่งผลดีธุรกิจระยะยาว โบรกเกอร์แนะใช้สิทธิเพิ่มทุน ให้เป้า 2021.60 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อการประกาศเพิ่มทุนจำนวน 3.52 หมื่นล้านบาท ของธนาคารกรุงไทย (KTB) เพราะสามารถปลดล็อกความกังวลที่กดดันหุ้นออก ไปได้
นอกจากนี้ ยังทำให้เงินกองทุนขั้นที่ 1 ของธนาคารอยู่ที่ 10.83% ทัดเทียมกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ 11-12% เพียงพอรองรับการเติบโตของธุรกิจในช่วงขาขึ้นต่อเนื่องไปอีก 2 ปีข้างหน้า
ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปีนี้ยังเติบโต 12.7% และต่อเนื่องอีก 17.4% ในปี 2556 แม้เกิดไดลูทจากการเพิ่มทุนก็ตาม โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับปรุงกำไรสุทธิปี 25552556 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะท้อนภาระการระดมเงินฝากที่ลดลงและทดแทนด้วยเงินเพิ่มทุนที่ได้มา
สำหรับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ 51% หากใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนเต็มจำนวน ทำให้ช่วยลดความกังวลต่อแนวโน้มการลดสัดส่วนการถือหุ้นของ FIDF และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ไปได้ ซึ่งจะทำให้ธนาคารยังคงได้รับอันดับเครดิตในระดับสูงในฐานะที่เป็นธนาคารได้รับผลบวกจากการสนับสนุนจากภาครัฐต่อไป
การเพิ่มทุนอยู่ในช่วงภาวะตลาดสดใส ราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนเหมาะสมที่ระดับใกล้เคียงกับมูลค่าทางบัญชี (BV) และยังมีส่วนลดจากราคาตลาดถึง 29.4% น่าจะทำให้การเพิ่มทุนลุล่วงไปได้ดี ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำซื้อ KTB แต่เน้นการเข้าลงทุนเมื่อราคาอ่อนตัว ให้ราคาเหมาะสม 21.60 บาท ส่วนนักลงทุนที่มีหุ้น KTB อยู่แล้ว แนะนำให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ KTB ให้ราคาพื้นฐาน 20.50 บาท เพราะการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมเป็นการยืนยันว่า KTB ยังคงเป็นธนาคารรัฐ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายและลงทุนเพิ่มขึ้นของรัฐ โดยเฉพาะในปี 2556 รวมทั้งยังคงมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำจากฐานลูกค้าที่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ทั้งนี้ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2555-2556 ขึ้น 8% และ 5% ตามลำดับ สะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ดีกว่าคาด และการดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้นหลังได้รับเงินเพิ่มทุน
บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่า แนะนำให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน เนื่องจากมองว่า KTB ยังได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาล ถึงแม้ว่าธนาคารจะมีจำนวนหุ้นเพิ่มมากขึ้น แต่ยังเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยปีนี้คาดว่าจะจ่ายปันผล 0.76 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราตอบแทน 4.5% และได้ปรับไปใช้ราคาเหมาะสมหลังเพิ่มทุนที่ 20 บาท
บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการเข้าพบผู้บริหาร บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ได้รับการยืนยันว่า ธนชาตมีสัดส่วนเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการขยายธุรกิจในอนาคต ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนแต่อย่างใด







