
อุ้มเบนซินดีเซลลดเก็บกองทุนฯ
กบง.สั่งลดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ 3040 สต./ลิตร ตรึงราคาเบนซิน ดีเซลขาขึ้น
กบง.สั่งลดเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ 3040 สต./ลิตร ตรึงราคาเบนซิน ดีเซลขาขึ้น
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัติให้ปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซล เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคา โดยเบนซิน 91 ลดเก็บ 40 สต./ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และดีเซล ลด 30 สต. ยกเว้น แก๊สโซฮอล์ อี20 เพิ่มชดเชยจาก 70 สต. เป็น 1.00 บาท/ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ อี85 ไม่เปลี่ยนแปลง
การปรับลดอัตราเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ ทำให้สถานะกองทุนน้ำมันฯ กลับมามีรายรับติดลบรายวัน วันละ 15 ล้านบาท จากเดิมที่ยังมีรายรับเป็นบวกอยู่วันละ 9 ล้านบาท รวมติดลบสะสม 1.4 หมื่นล้านบาท
กรณีของดีเซลได้ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ให้เป็นศูนย์ไปแล้ว จากนี้ไปไม่มีการจัดเก็บอีก แต่ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นอีก และราคาน้ำมันในประเทศเตรียมขยับตามก็อาจใช้วิธีชดเชยราคาเพิ่ม เพื่อพยุงราคาไว้ไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร แต่ไม่ยืนยันว่าจะสามารถดูแลได้แค่ไหนต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม กบง.ด้วย
สาเหตุที่ครั้งนี้ต้องลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของเบนซิน 91 ด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าไปเปลี่ยนแปลงทั้งเบนซิน 95 และ 91 เพราะมีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างแก๊สโซฮอล์ เนื่องจากเกรงว่าราคาเบนซิน 91 จะปรับสูงขึ้นมากเกินไป และกระทบกับประชาชน จากปัจจุบันที่มีราคาขายปลีกอยู่ที่ 44.05 บาท/ลิตร
“แม้กองทุนน้ำมันฯ จะกลับมามีรายรับติดลบ แต่ก็ยังยืนยันจะดูแลราคาน้ำมันไม่ให้ปรับสูงขึ้นจนกระทบค่าครองชีพประชาชน ประกอบกับยังมีกรอบเพดานเงินกู้อีก 2 หมื่นกว่าล้านบาท จากปัจจุบันที่ใช้เงินกู้ไปแล้ว 6,850 ล้านบาท ซึ่งยังใช้เป็นกลไกในการดูแลราคาน้ำมันต่อไปด้วย แต่ไม่ใช่หน้าที่ของ รมว.พลังงาน คนเดียวต้องขึ้นอยู่กับ กบง.ด้วย” นายอารักษ์ กล่าว
อัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ หลังปรับเปลี่ยนแล้วดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ 7.10 บาท/ลิตร เบนซิน 91 อยู่ที่ 6.70 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 1.80 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ไม่จัดเก็บ แก๊สโซฮอล์ อี20 ชดเชยราคา 1.00 บาท แก๊สโซฮอล์ อี85 ชดเชย 12.50 บาท และดีเซลไม่จัดเก็บ
สำหรับนโยบายปรับโครงสร้างราคาเอ็นจีวีและแอลพีจีภาคขนส่ง จะพยายามสรุปรายละเอียดให้เสร็จก่อนวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของการตรึงราคา







