
KTBเพิ่มทุน3.5หมื่นล.
เสริมเงินกองทุนรับปล่อยกู้ไดลูท20%ปันผล0.36บ.
เสริมเงินกองทุนรับปล่อยกู้ไดลูท20%ปันผล0.36บ.
“กรุงไทย” เพิ่มทุน 2,796 ล้านหุ้น ระดม 3.5 หมื่นล้านบาท เสริมเงินกองทุนให้แกร่ง รองรับปล่อยสินเชื่ออนาคต
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 11,179,749,000 หุ้น เป็น 13,976,061,250 หุ้น โดยการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่จำนวน 2,796,312,250 หุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 31 ส.ค. 2555 ในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 12.60 บาท รวมมูลค่าการเพิ่มทุนทั้งสิ้น 3.52 หมื่นล้านบาท
กรณีหุ้นเพิ่มทุนขายไม่หมดในรอบแรก จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสิทธิและสามารถจองซื้อเกินสิทธิได้ แต่หากยังไม่หมดอีกก็จะเสนอขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงในราคาใกล้เคียงกับผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งอาจเป็นราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาดก็ได้ เพื่อให้ธนาคารสามารถระดมเงินทุนได้ครบถ้วนตามแผนงานที่วางไว้
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า การเพิ่มทุนดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุนขั้นที่ 1 ซึ่งลดลงเหลือ 7.9% ในช่วงสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ จาก 8.3% ในช่วงสิ้นไตรมาสแรก รองรับการขยายตัวทางธุรกิจให้มีความมั่นคงและต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาดประมาณ 4.85% และส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งอัตรากำไรต่อหุ้น 20% ล่าสุดราคาหุ้น KTB ปิดที่ระดับ 17 บาท ลดลง 0.50 บาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารยังมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.36 บาท สำหรับหุ้นสามัญ และ 0.43725 บาท สำหรับหุ้นบุริมสิทธิ ให้กับผู้ถือหุ้นในวันที่ 31 ส.ค. และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 3 ต.ค. 2555
สำหรับธนาคารกรุงไทยมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 55.07% โดย FIDF จะต้องใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้จำนวน 1,539 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 1.94 หมื่นล้านบาท หากต้องการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นในระดับเดิมต่อไป ขณะเดียวกันรับเงินปันผลสูงถึง 2,216 ล้านบาท ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 55% จำนวน 6,156 ล้านหุ้น
ก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ คาดการณ์ว่า KTB จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเพียง 10% ที่ราคาหุ้นละ 20 บาท และมีไดลูทประมาณ 14% แต่ปรากฏว่าธนาคารประกาศเพิ่มทุนสูงกว่าที่คาดไว้มาก โดยคิดเป็นการเพิ่มทุนจดทะเบียน 25% และมีไดลูทประมาณ 20%
สำหรับการเพิ่มทุนอย่างมโหฬารของกรุงไทยครั้งนี้ นับเป็นการเพิ่มทุนของธนาคารใหญ่ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา หลังจากธนาคารพาณิชย์นิยมการระดมเงินผ่านหุ้นกู้ หรือตั๋วเงินระยะสั้น แต่เมื่อเพิ่มทางฝั่งหนี้สินมากขึ้นแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มทางด้านของทุนจดทะเบียนด้วย และคาดว่าในไม่ช้านี้น่าจะมีธนาคารพาณิชย์บางแห่งจะต้องเพิ่มทุนตามด้วย เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้สำหรับการขยายสินเชื่อ แทนการแข่งขันระดมเงินฝากที่รุนแรง
“ข่าวการเพิ่มทุนของแบงก์อาจจะกดดันราคาหุ้นในช่วงสั้นๆ และการขายหุ้นของ KTB เพียง 12.60 บาท ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาดที่ 17 บาท ให้อ่อนตัวลงมาได้” มาร์เก็ตติง กล่าว







