posttoday
รื้อกองทุนการออมเปิดทางรับบำเหน็จ

รื้อกองทุนการออมเปิดทางรับบำเหน็จ

10 สิงหาคม 2555

โต้งสั่งรื้อ พ.ร.บ.กองทุนเงินออมแห่งชาติ ชี้ต้องมีทางเลือกทั้งการรับบำนาญรายเดือนบำเหน็จ

โต้งสั่งรื้อ พ.ร.บ.กองทุนเงินออมแห่งชาติ ชี้ต้องมีทางเลือกทั้งการรับบำนาญรายเดือนบำเหน็จ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาทบทวนเพื่อแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติที่ออมเงินจนกระทั่งอายุ 60 ปี สามารถเลือกรับผลประโยชน์ตอบแทนได้ทั้งในรูปแบบเงินบำนาญและเงินบำเหน็จ

“เมื่อสมาชิกออมเงินจนออมครบ 60 กฎหมายกำหนดเงื่อนไขให้รับประโยชน์ตอบแทนในรูปเงินบำนาญเท่านั้น จึงต้องแก้กฎหมายเพื่อต้องการให้ผู้ออมได้ประโยชน์สูงสุดที่เขาได้เลือกรับเป็นเงินบำเหน็จได้ แทนที่จะรับเป็นบำนาญรายเดือนอย่างเดียว” นายกิตติรัตน์ กล่าว

รื้อกองทุนการออมเปิดทางรับบำเหน็จ

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กรณีที่กฎหมายกำหนดให้รัฐบาลต้องการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำจากการออมเงินในกองทุนการออมแห่งชาตินั้น เห็นว่าน่าเป็นห่วง เพราะตามกฎหมายเมื่อมีการออมเงินรัฐบาลจะสมทบเงินให้อย่างมีนัยสำคัญอยู่แล้ว เช่น อายุ 15-30 ปี รัฐจ่ายสมทบ 50% อายุเกิน 30 ปี แต่ไม่ถึง 50 ปี รัฐจ่ายสมทบ 80% เป็นต้น

ดังนั้น หากรัฐบาลการันตีผลตอบแทนให้ผู้ออม ทำให้กองทุนต้องนำเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องจ้างผู้จัดการกองทุนเพื่อไปซื้อตราสารหนี้ที่เสี่ยงๆ จึงขอให้ สศค.ไปไตร่ตรองว่ากฎหมายที่ระบุอย่างนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็จะเหมือนกรณีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่รัฐบาลไปการันตีผลตอบแทนให้และมีปัญหา

นอกจากนี้ ในส่วนผู้ออมบางกลุ่มที่ไม่มีสิทธิเป็นสมาชิกเงินออม เช่น มีอายุเกิน 60 ปี หรือมีอายุ 59 ปี ก็จะมีการกำหนดบทเฉพาะกาล โดยเปิดให้ได้สิทธิเป็นสมาชิก กองทุนและออมเงินเป็นเวลา 5 ปี เหมือนกับการออมเงินในกองทุนแอลทีเอฟและกองทุนอาร์เอ็มเอฟ เป็นต้น

นายกิตติรัตน์ เห็นว่าบทบาทกองทุนเงินออมแห่งชาติ จะต้องไม่ใช่การนำเงินกองทุนไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ขึ้น แต่การเพิ่มขนาดของตลาดฯ รัฐบาลจะผลักดันให้นำตราสารหนี้ของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าซื้อขาย และส่งเสริมบริษัทมีคุณภาพเข้าจดทะเบียน

กองทุนการออมแห่งชาติจะเปิดรับสมาชิกอายุระหว่าง 1560 ปี ซึ่งสมาชิกจะต้องร่วมสมทบไม่น้อยกว่าครั้งละ 50 บาท แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 13,200 บาทต่อปี ขณะที่รัฐบาลจะแบ่งระดับการสมทบจะแบ่งตามอายุสมาชิกคือ 15-30 ปี รัฐจ่ายให้ 50% ของเงินสะสม เพดานไม่เกิน 600 บาทต่อปี อายุ 30-50 ปี รัฐจ่ายให้ 80% ของเงินสะสม แต่ต้องไม่เกิน 960 บาทต่อปี และอายุมากกว่า 50 ปี รัฐจะจ่ายให้ 100% ของเงินสะสม รัฐจ่ายให้ 1,200 บาทต่อปี สมาชิกจะได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต เมื่อสมาชิกอายุครบ 60 ปีเป็นต้นไป และกรณีที่สมาชิกทุพพลภาพก่อนอายุครบ 60 ปี จะมีสิทธินำเงินออมออกมาใช้ก่อนได้ หากสมาชิกลาออกจากกองทุนจะได้รับคืนเฉพาะเงินที่ได้ออมไว้ไม่รวมเงินสมทบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท