
ธปท.ยันบึ้มใต้ไม่ระคายผิวเศรษฐกิจ
ยืนกรานขยายตัวได้5.7%แน่หวั่นวิกฤตโลกส่งออกชะงัก
ยืนกรานขยายตัวได้5.7%แน่หวั่นวิกฤตโลกส่งออกชะงัก
เศรษฐกิจโตได้ 5.7% ยันบอมบ์ใต้ไม่ระคายผิว
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ที่ระดับ 5.7% เช่นเดิม ยังไม่มีการปรับประมาณการ แม้หลายฝ่ายจะมองว่าโตได้ไม่เกิน 5% ก็ตาม เพราะอาจมีการประเมินผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก และตัวเลขการส่งออกที่แตกต่างกัน
“ตอนนี้เรายังมองความเสี่ยงการเติบโตมีมากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อโดยรวมไม่น่าห่วง แต่ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่จะมีต่อไทยเป็นเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิด” นายเมธี กล่าว
นายเมธี กล่าวว่า ด้านภาวะหนี้ครัวเรือนของกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำนั้น จากการประเมินคาดว่าประมาณปลายไตรมาส 3 หรือ 4 ผลผลิตด้านการเกษตรน่าจะออกมาสู่ตลาด ซึ่งน่าจะช่วยกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ขั้นต่ำยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ หนี้ครัวเรือนของประชากรกลุ่มนี้ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจแต่อย่างใด แต่ ธปท.จะติดตามดูภาวะหนี้ของกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งกฎหมายบังคับมาช่วงหนึ่งแล้วนั้น เท่าที่ดูขณะนี้แม้จะเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการบ้าง แต่ก็ไม่ได้กระทบรุนแรง เนื่องจากมีการเฉลี่ยราคาหรือภาระระหว่างแรงงานกับผู้ประกอบการ โดยผลของต้นทุนค่าจ้างส่งผลต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง สะท้อนได้จากการปรับขึ้นราคาสินค้าในบางกลุ่ม แต่การปรับขึ้นราคาไม่รุนแรง และไม่ได้มีผลต่อเงินเฟ้อภาพรวมมากนัก
นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า เท่าที่ติดตามข้อมูลผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงนี้ ยังมีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจภาพรวมไม่มากนัก แต่มีผลต่อความเชื่อมั่นและผลทางจิตวิทยาของประชาชน รวมถึงนักธุรกิจ แต่ตราบใดที่ภาครัฐยังสามารถควบคุมผลกระทบไม่ให้ออกในวงกว้างได้ ก็ไม่น่าจะมีผลกระทบมากนัก
อย่างไรก็ตาม คงกระทบต่อการท่องเที่ยวบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากศูนย์กลางท่องเที่ยวภาคใต้อยู่ที่ภูเก็ต และมีผลต่อยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง อาหารกระป๋องบ้าง
“เรื่อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรายังมองว่าไม่กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมมากนัก เนื่องจากมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่สูง ธปท.ยังให้น้ำหนักกับปัจจัยเสี่ยงในต่างประเทศมากกว่า” นายทรงธรรม กล่าว
ด้านนายพฤทธิพงศ์ ศรีมาจันทร์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานภาคใต้ ธปท. กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจการเงินของภาคใต้ในไตรมาส 2 ปีนี้ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงตามการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว เนื่องจากผลผลิตน้ำมันปาล์มและไม้ยางพาราแปรรูปลดลง ขณะเดียวกันราคาสินค้าเกษตรก็ลดลงต่อเนื่อง ทั้งยางพารา กุ้ง จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก ทำให้รายได้เกษตรกรลดลง ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคชะลอตัวลง ขณะที่ภาคการก่อสร้างยังขยายตัวในเกณฑ์ดี
สำหรับภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จากนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซีย







