
ฉลองภพเตือน3เรื่องอันตรายพาประเทศเสี่ยง
ทีดีอาร์ไอเตือน 3 นโยบายรัฐ บิดเบือนกลไกราคารุนแรง นำพาประเทศไปสู่ความเสี่ยง
ทีดีอาร์ไอเตือน 3 นโยบายรัฐ บิดเบือนกลไกราคารุนแรง นำพาประเทศไปสู่ความเสี่ยง
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า นโยบายด้านการเงินการคลังของรัฐบาลที่ต้องระวังมี 3 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่องที่ 1 การแทรกแซงกลไกตลาดสินค้าการเกษตรโดยการรับจำนำข้าว ซึ่งขัดต่อแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ และในอดีตเศรษฐกิจของประเทศรัสเซียเคยล่มสลาย เพราะดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว ใช้เงินมากแต่ได้ผลกลับมาไม่คุ้มค่า มีเกษตรกรได้ประโยชน์เพียง 17% ของวงเงินที่ใช้รับจำนำ 2 แสนล้านบาท
เรื่องที่ 2 การบิดเบือนตลาดแรงงานโดยการกำหนดอัตราค่าจ้างสูงกว่าตลาดฝีมือ เหมือนกับที่ประเทศสิงคโปร์เคยใช้ระหว่างปี 2521-2527 จนส่งผลให้ระดับการว่างงานสูงขึ้น เพราะนักลงทุนต่างชาติเลือกที่จะไปตั้งโรงงานในประเทศที่แรงงานถูกกว่า จนทำให้สิงคโปร์ต้องยกเลิกนโยบายค่าจ้างสูงดังกล่าว
เรื่องสุดท้ายที่ 3 การโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจำนวน 1.14 ล้านล้านบาท มาให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้รับผิดชอบ ถือเป็นการโอนหนี้รัฐการคลังไปให้ ธปท.
ปัญหาที่จะตามมา หาก ธปท.เก็บเงินสมทบที่คิดจากเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ปีละ 0.47% ไปชำระหนี้ไม่พอ ธปท.ก็จะต้องหาวิธีอื่น เช่น กู้เพิ่ม หรือพิมพ์ธนบัตรออกมาชำระหนี้ ทำให้ระบบของธนาคารกลางพังเสียหาย
นายนิพนธ์ พัวพวศกร ประธานทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลเป็นการให้ความสำคัญด้านราคาอย่างเดียวโดยไม่สนใจคุณภาพ ทำให้ข้าวของไทยพินาศ คาดว่ารัฐบาลจะขาดทุนจากการรับจำนำ 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.1 แสนล้านบาท หากต้องระบายข้าวทั้งหมดประมาณ 11 ตันข้าวสารออกไป
นายนิพนธ์ กล่าวว่า การรับจำนำเป็นการทำตลาดส่งออกข้าวไทยในช่วงเดือน ต.ค. 2554-มิ.ย. 2555 ไทยส่งออกข้าวได้ 4.7 ล้านตัน มูลค่า 1 แสนล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันก่อนหน้าส่งออกได้ 9.4 ล้านตัน เป็นมูลค่า 1.6 แสนล้านบาท มูลค่าการส่งออกหายไปถึง 6 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้การรับจำนำข้าว ยังมีต้นทุนเงินกู้อีกปีละ 5,000 ล้านบาท และยังมีผลเสียจากที่รัฐบาลรับจำนำข้าวที่ต้องส่งออกไว้ทั้งหมด การระบายข้าวจะมีการร่วมมือกันของนายทุนและนักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น
ด้านนายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันมีนวัตกรรมทางนโยบายที่ผิดเพราะหลายโครงการมีลักษณะกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศมากเกินไปจนอาจนำไปสู่ภาระทางการคลัง อาทิ จำนำข้าว บัตรเครดิตเกษตรกร และรถคันแรก และยังขาดประสิทธิภาพเพราะไม่สามารถลดช่องว่างของรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจน ได้ในอนาคตเศรษฐกิจอาจชะลอตัว ค่าเงินผันผวน เพราะปัญหาเศรษฐกิจโลกอีกด้วย







