
นาฬิกาแฟชั่นภูธรโตแซงกทม.
เอ.ดี.ไทม์ ชี้ตลาดนาฬิกาแฟชั่นไทยโต 50% เผยกำลังซื้อต่างจังหวัดโตแซงเมืองหลวง วางเป้าสิ้นปียอดขาย 500 ล้าน
เอ.ดี.ไทม์ ชี้ตลาดนาฬิกาแฟชั่นไทยโต 50% เผยกำลังซื้อต่างจังหวัดโตแซงเมืองหลวง วางเป้าสิ้นปียอดขาย 500 ล้าน
นายกวาน ไวไว ประธาน บริษัท เอ.ดี.ไทม์ (ประจำสำนักงานใหญ่) ประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ตลาดนาฬิกาแฟชั่นแบรนด์เนมในไทย จะเป็นตลาดที่มีความสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับจากนี้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่การเปิดการค้าเสรีอาเซียน ในปี 2558 เนื่องจากราคานาฬิกานำเข้าจะใกล้เคียงกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่ปัจจุบันทั้งสองประเทศนี้ปลอดภาษีนำเข้า
“ตลาดนาฬิกาในสิงคโปร์ จะมีข้อจำกัดด้านประชากรซึ่งอยู่ที่ราว 10 ล้านคน ส่วนอินโดนีเซีย ซึ่งแม้ว่าจะมีจำนวนประชากรสูงถึง 200 ล้านคน แต่ติดด้านรายได้ต่อหัว ซึ่งต่างกับคนไทยที่มีรายได้สูงกว่า” นายไวไว กล่าว
บริษัทมีแผนนำเข้านาฬิกา 2 แบรนด์ใหม่มาทำตลาดในไทยในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายจากบริษัทแม่ ที่วางให้ไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดยุทธศาสตร์ จากปัจจุบันบริษัททำตลาดในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย
ด้านนางธีริน สุขกระสานติ ผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท เอ.ดี.ไทม์ (ไทยแลนด์) ผู้นำเข้าและทำตลาดนาฬิกาแฟชั่น อาทิ โอ.ดี.เอ็ม. ลีวายส์ เอสปรี โบเนีย ฯลฯ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้นำเข้านาฬิกาแฟชั่น 2 ยี่ห้อใหม่ คือ แอล.อี.ดี (ไลฟ์ อีโวลูชัน ดีไซน์) จากเยอรมนี และอาร์บูตัส นิวยอร์ก จากสหรัฐ เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน “สยามพารากอน วอตช์ เอ็กซ์โป 2012”
สำหรับตลาดนาฬิกาแฟชั่นนำเข้าในประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท และมีการเติบโตสูงถึง 50% และพบว่ากำลังซื้อสินค้านาฬิกาแฟชั่นในตลาดต่างจังหวัดมีอัตราเติบโตสูง โดยมีสัดส่วน 60% ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีสัดส่วน 40% คาดว่าเป็นเพราะความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือยของคน กทม. ชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีจุดจำหน่ายสินค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ 200 จุด และได้เตรียมใช้งบอีกกว่า 10 ล้านบาท เพิ่มจุดจำหน่ายอีก 100 จุดในปีนี้ โดยในสิ้นปี 2555 วางเป้ายอดขายเติบโตรวมไม่ต่ำกว่า 50% โดยมียอดขายประมาณ 500 ล้านบาท







