
น่าสงสาร
น่าฉงฉาน “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพราะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นใจ
น่าฉงฉาน “เสี่ยโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพราะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่มีใครเห็นใจ
ทำโครงการไหน ต้องถูกโต้แย้งจับผิดอยู่ร่ำไป
โครงการรับจำนำข้าว เสี่ยโต้งก็ถูกยำใหญ่ว่า คิดแบบนักเล่นหุ้น ที่คิดว่าเก็บข้าวไว้มากราคาข้าวตลาดโลกจะขึ้น ไทยจะรวยขายข้าวได้ราคาแพง
แต่เสี่ยโต้งคิดผิดถนัด เพราะข้าวไม่เหมือนหุ้นที่มีจำกัด ยิ่งเก็บไว้ยิ่งแพงขึ้นเป็นธรรมดา
แต่ข้าวที่รัฐบาลจำนำทุกเมล็ด สามารถผลิตได้ไม่จำกัด และข้าวที่เก็บไว้ก็เสื่อมสภาพได้ง่าย
ยิ่งรับจำนำมากยิ่งขาดทุน
ขนาดราคาหุ้นยังมีการมาร์กทูมาร์เก็ต ทำให้รู้ว่าหุ้นที่ถืออยู่มีกำไรหรือขาดทุน
การรับจำข้าวของเสี่ยโต้งก็น่าจะมาร์กทูมาร์เก็ตเหมือนกับหุ้น จะได้รู้ดำรู้แดงว่าเจ๊งมากเจ๊งน้อยขนาดไหน
จะได้ไม่ต้องไปนั่งเถียงนักวิชาการปั่นตัวเลข
ยิ่งเสี่ยโต้งออกมาปักหลักยืนยันว่า จำนำข้าวยังไม่ขาดทุนสักบาท ตราบใดที่ยังไม่ขายออกไป
ส่งผลให้งานเข้าเสี่ยโต้ง อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เข้าไปจั๋งหนับอีกว่า เล่นหุ้นราคาตก ยังถูกบังคับขายหาเงินมาใช้หนี้
การรับจำนำข้าวก็น่าจะทำเหมือนเล่นหุ้น ให้มาร์กทูมาร์เก็ตและก็บันทึกขาดทุนทางบัญชี จะได้โปร่งใส ไม่หลอกคนทั้งประเทศ
แถมทำให้เสี่ยโต้งทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยหนีคอยเลี่ยงไม่ตอบเรื่องการรับจำนำข้าว ที่ยิ่งวันยิ่งเสียหายมากขึ้นจนเอาไม่อยู่ อูยยโดนอ่ะ







