posttoday
ไทยขายหน้า‘สภาล่มกองทุนเชียงใหม่เดี้ยง

ไทยขายหน้า‘สภาล่มกองทุนเชียงใหม่เดี้ยง

17 มีนาคม 2553

’โพสต์ทูเดย์ — คลังหน้าแตกขอมติสภาลงนามข้อตกลงเชียงใหม่ไม่ทัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่สภาล่มจนไม่สามารถประชุมร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ส่งผลกระทบทำให้ไทยยังไม่สามารถลงนามในความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) ซึ่งเป็นความตกลงของกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี) ได้ทันตามกำหนดวันที่ 24 มี.ค.นี้

ความตกลงดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากการผลักดันของประเทศไทย แต่ขณะนี้มีเพียงไทยเท่านั้นที่ยังไม่ได้ลงนาม ส่วนประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้ลงนามกันเรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นปัญหาในการดำเนินการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

“ประเทศไทยคงหน้าแตก เพราะนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ไปให้คำมั่นกับประเทศสมาชิกไว้ว่าจะลงนามในวันที่ 24 มี.ค. แต่จนป่านนี้เรื่องยังไม่ผ่านสภา ก็คงไม่ทันแล้ว” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าว เปิดเผยว่า การที่ไทยไม่สามารถดำเนินการในข้อตกลงเหล่านี้ ได้ถือเป็นความเสียหายในระยะยาว เพราะตามความตกลงดังกล่าวได้ข้อสรุปร่วมกันแล้วว่าจะมีการตั้งสำนักงานบริหารกองทุน CMIM ขึ้นในประเทศไทย จากก่อนหน้านี้ที่มีประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เสนอตัวเข้าแข่งขัน

ทั้งนี้ สำหรับกองทุน CMIM นั้น จะมีวงเงินทั้งสิ้น 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ประเทศสมาชิกจะต้องสนับสนุนเงินทุนสำรองตามสัดส่วนที่ตกลง โดยไทยต้องร่วมลงขัน 4,770 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ครม.เห็นชอบไปตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค. 2553 แล้ว และเสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญเนื่องจากเป็นสัญญาระหว่างประเทศที่ผูกพันรัฐและประเทศไทย แต่ปรากฏว่า เกิดเหตุสภาล่มหลายครั้งทำให้การพิจารณาเรื่องนี้ต้องเลื่อนมาโดยตลอด

สำหรับองค์ประกอบของกองทุน CMIM ประกอบด้วย เงินสมทบจากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ 28.41% หรือ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนการสมทบของประเทศอาเซียนขนาดใหญ่ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ประเทศละ 4.52% หรือ 4.77 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฟิลิปปินส์ 3.75% หรือ 3.68 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ประเทศอาเซียนขนาดเล็ก จะลงขันในสัดส่วนที่น้อยกว่า ได้แก่ เวียดนาม 1.85% หรือ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ กัมพูชา 1.22% หรือ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ พม่า 1.18% หรือ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ และบรูไนกับลาว ประเทศละ 1.16% หรือ 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ส่วนอีก 71.59% หรือ 9.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นของกลุ่มประเทศ+3 ได้แก่ จีน (รวมฮ่องกง) 28.41% หรือ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ญี่ปุ่น 28.41% หรือ 3.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และเกาหลี 14.77% หรือ 1.92 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า การที่ไม่สามารถประชุมสภาร่วมได้ ยังทำให้การพิจารณากรอบการเจรจาข้อตกลงจัดตั้งกลไกการค้ำประกันเครดิต หรือ Cradit Guarantee and Investment Facity (CGIF) วงเงินรวม 700 ล้านเหรียญสหรัฐ วาระแรก ยังต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดอีกด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท