posttoday
ระวังภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี

ระวังภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี

02 สิงหาคม 2555

เข้าเดือน ส.ค.แล้ว ก็เหลืออีก 1 เดือนก็ครบกำหนดการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51 ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิถูกกำหนดให้ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่ง ในปัจจุบันการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

เข้าเดือน ส.ค.แล้ว ก็เหลืออีก 1 เดือนก็ครบกำหนดการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีตามแบบ ภ.ง.ด.51 ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิถูกกำหนดให้ต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่ง ในปัจจุบันการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ

1.การเสียจากประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่ได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำและจะได้กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป

2.การเสียจากกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการในช่วงเวลา 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือเครดิตฟองซิเอร์ และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จัดให้มีผู้สอบทานงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี

ดังนั้นจะเห็นได้ว่านิติบุคคลส่วนใหญ่จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีจะประมาณการกำไรสุทธิ โดยกำหนดเวลาในการจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ได้แก่ ช่วงเวลาภายใน 2 เดือนนับแต่การดำเนินกิจการมาเป็นเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี โดยต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิสำหรับทั้งรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งประมาณการจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการทั้งในส่วนที่ได้กระทำมาแล้วในรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก และที่จะได้กระทำในรอบระยะเวลา 6 เดือนหลังของรอบระยะเวลาบัญชี

ปัญหาที่ผู้ประกอบการมักกังวลในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ก็คือ กรณีประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่า 25% แล้วต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่คำนวณจากประมาณการกำไรสุทธิที่ได้ประมาณการขาดไป ตัวอย่างเช่น สมมติบริษัทแห่งหนึ่งยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 แสดงประมาณการกำไรสุทธิไว้เป็นเงิน 700,000 บาท เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้เป็นเงิน 105,000 บาท เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ปรากฏว่าบริษัทฯ มีกำไรสุทธิทางภาษีอากรตามแบบ ภ.ง.ด.50 เป็นเงิน 1,000,000 บาท เท่ากับบริษัทฯ ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป คิดเป็น (300,000 X 100 หาร 1,000,000) = 30.0% โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทฯ ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มในอัตรา 20% ของเงินภาษีภาษีทีชำระไว้ขาด โดยคำนวณ ดังนี้

นำกึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.50 คือ 150,000 บาท หัก ด้วยภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณได้ตามแบบ ภ.ง.ด.51 จำนวน 105,000 บาท ได้เป็นเงิน 45,000 บาท ดังนั้น เงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรคิดเป็นเงิน (45,000 x 20%) = 9,000 บาท

เพื่อป้องกันไม่ต้องเสียเงินเพิ่มโดยใช่เหตุ หลายบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิ และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว ซึ่งกรมสรรพากรให้ถือว่าเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ไม่ต้องรับผิดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร จากตัวอย่างข้างต้น บริษัทก็ควรยื่นเสียภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับปีนี้เป็นเงิน 150,000 บาท จึงจะถือว่าเป็นกรณีเหตุอันสมควร

แต่สำหรับปีนี้ ซึ่งอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ปรับลดจาก 30% เป็น 23% นิติบุคคลควรยื่นเสียภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.51 เท่าไร

สมมติ ปี 2554 มีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท เสียภาษี 30% เท่ากับ 300,000 บาท คิดเป็นครึ่งปี เท่ากับภาษี 150,000 บาท

ดังนั้น ในปี 2555 เพื่อให้เข้ากรณีเหตุอันสมควร ก็ประมาณการกำไรสุทธิ 1 ล้านบาทเช่นเดียวกับปี 2554 แต่เนื่องจากอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2555 เท่ากับ 23% (ไม่ใช่ 30% เหมือนปี 2554) ดังนั้น ภาษีครึ่งปีที่ผู้ประกอบการควรต้องยื่นเสียตามแบบ ภ.ง.ด.51

ควรจะเป็น 150,000 บาท คือเท่ากับกึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้เสียตามแบบสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว

หรือ ควรจะเป็น 115,000 บาท (มาจากอัตราภาษี 23% * กำไรสุทธิ 1 ล้านบาท = 230,000 บาท คิดครึ่งปี ก็หาร 2 = 115,000 บาท)

เฉลย ครับ ยังไงก็ต้อง 150,000 บาทครับ เพราะ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.50/2537 ระบุว่า กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้จัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว ให้ถือว่าเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรไม่ต้องรับผิดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

หมายความว่าปีที่แล้วยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไหร่ ครึ่งปีนี้ถ้ายื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ก็ควรยื่นเสียภาษีไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปีที่แล้ว จึงจะถือว่ามีเหตุอันสมควร ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มครับ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์