
เชื่อว่าประธานECBจะให้ความเชื่อมั่นตลาด
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น โดยสามารถกลับมายืนเหนือ 1,200 จุดได้อีกครั้ง แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวแย่กว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคช่วงปลายสัปดาห์ โดยเริ่มกลับมามีแรงซื้อเข้ามาช่วงต้นสัปดาห์ แต่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นในภูมิภาค โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 36% ในขณะที่หุ้นไทยปรับตัวขึ้น 2.5% ปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นกลับมาปรับตัวขึ้น เนื่องจาก ประธาน ECB ได้ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนในการแถลงที่ลอนดอนว่า พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของเงินยูโรและให้เชื่อว่ามาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้เพียงพอ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลง เนื่องจากตลาดคาดว่า ECB จะกลับมาใช้โปรแกรมซื้อพันธบัตรอีกครั้ง นอกจากนี้ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสยังออกมาย้ำต่อจากประธาน ECB ว่าจะทำทุกทางเพื่อปกป้องยูโรโซน ทำให้ภาพโดยรวมตลาดปรับตัวขึ้นแรง และคาดการณ์ว่าการประชุม ECB ในวันพฤหัสบดีนี้ จะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา
ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น โดยสามารถกลับมายืนเหนือ 1,200 จุดได้อีกครั้ง แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวแย่กว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคช่วงปลายสัปดาห์ โดยเริ่มกลับมามีแรงซื้อเข้ามาช่วงต้นสัปดาห์ แต่ยังปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นในภูมิภาค โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดประมาณ 36% ในขณะที่หุ้นไทยปรับตัวขึ้น 2.5% ปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นกลับมาปรับตัวขึ้น เนื่องจาก ประธาน ECB ได้ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนในการแถลงที่ลอนดอนว่า พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของเงินยูโรและให้เชื่อว่ามาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้เพียงพอ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลง เนื่องจากตลาดคาดว่า ECB จะกลับมาใช้โปรแกรมซื้อพันธบัตรอีกครั้ง นอกจากนี้ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสยังออกมาย้ำต่อจากประธาน ECB ว่าจะทำทุกทางเพื่อปกป้องยูโรโซน ทำให้ภาพโดยรวมตลาดปรับตัวขึ้นแรง และคาดการณ์ว่าการประชุม ECB ในวันพฤหัสบดีนี้ จะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา
ทิศทางในระยะสั้น คาดว่าตลาดจะมีช่วงแกว่งตัวขึ้นก่อนชะลอตัวลง โดยคาดว่าผลการประชุม ECB จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและตลาดหุ้นมีช่วงแกว่งตัวขึ้นได้ต่อ แต่ตลาดมีการเก็งกำไรเรื่องนี้มาในระดับหนึ่งแล้ว หากไม่มีมาตรการที่ชัดเจนมากเพียงพอตลาดอาจมีช่วงอ่อนตัวลงในช่วงหลังจากนั้น 12 วันหลังประกาศ ซึ่งในตอนนี้ตลาดมีการคาดการณ์ว่า ECB จะประกาศใช้นโยบายการซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหา หรือ SMP ที่เคยหยุดไปและกลับมาใช้ใหม่
โดยผลการสำรวจเทรดเดอร์ 19 จาก 24 คน คาดว่า ECB จะดำเนินการซื้อพันธบัตรอีกครั้ง โดย 10 ใน 19 คน คาดว่าจะมีการดำเนินมาตรการนี้ทันทีในการประชุมครั้งนี้ ส่วนประเด็นเรื่องดอกเบี้ย ผลสำรวจรอยเตอร์สของนักเศรษฐศาสตร์ 44 จาก 69 คน คาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งก่อนสิ้นปี แต่มีเพียง 7 คนเท่านั้น ที่คาดว่าจะ ECB จะลดดอกเบี้ยลงทันทีในการประชุมครั้งนี้ ทำให้การลดดอกเบี้ยในครั้งไม่ได้อยู่ในความคาดหวังของตลาด หากมีการลดดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดในระยะสั้น
ส่วนผลการประชุมเฟด คาดว่าเฟดยังพูดเหมือนเดิม คือ เตรียมพร้อมในการออกมาตรการหากมีความจำเป็น ซึ่งคาดว่าจะเห็นท่าทีในการเตรียมพร้อมที่จะทำ QE มากขึ้น โดยตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าในการประชุมครั้งถัดไป หรือการประชุมในเดือน ก.ย. คาดว่ามีโอกาสที่เฟดจะทำ QE3 โดยการซื้อ MBS
ทิศทางเทคนิค ตลาดปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องและมีแนวต้านที่บริเวณ 1,2051,210 หรือ 1,220 จุด ที่จะทำให้ชะลอตัว การทดสอบครั้งแรกคาดว่าจะยังไม่สามารถผ่านได้ ในขณะที่แนวรับที่จะรองรับการปรับตัวลงจะอยู่ที่บริเวณ 1,190 และ 1,170 จุด
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ทยอยขายทำกำไร เนื่องจากคาดว่าตลาดมีโอกาสชะลอการขึ้นในช่วงสั้น แม้ว่า ECB จะมีมาตรการที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาหนี้ยุโรป แต่ตลาดรับรู้ข่าวมาระดับหนึ่งแล้วทำให้นักเก็งกำไรสั้นจะขายทำกำไรออกมา ส่วนการดำเนินการใดๆ ที่เหนือความคาดหมายของตลาด จะขยายการแกว่งตัวขึ้นช่วงสั้นต่ออีก 12 วัน ก่อนอ่อนตัวลงในที่สุด โดยแนะนำให้ทยอยขายตามแนวต้านทางเทคนิค เนื่องจากความสามารถในการแทรงแซงตลาดของ ECB ก็ยังมีข้อจำกัด จากเครื่องมือทางการเงินที่เหลืออยู่ไม่มากนัก และ ECB จะยกหน้าที่ต่อให้กับ ESM ซึ่งในประเด็นเรื่อง ESM ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ศาลเยอรมนียังไม่อนุมัติรัฐบาลเยอรมนีว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นอกจากนี้ รมว.คลังเยอรมนี ยังคงคัดค้านการให้ใบอนุญาตธนาคารให้กับกองทุน ESM







