
TUFเดินหน้าลงทุนฝ่าวิกฤต
“ไทยยูเนี่ยนฯ” มั่นใจรับมือวิกฤตยุโรปสหรัฐได้ ไม่จำเป็นต้องปรับแผนรับมือธุรกิจอาหารยังเติบโตดี ฐานะการเงินแกร่ง มองหาโอกาสซื้อกิจการ
“ไทยยูเนี่ยนฯ” มั่นใจรับมือวิกฤตยุโรปสหรัฐได้ ไม่จำเป็นต้องปรับแผนรับมือธุรกิจอาหารยังเติบโตดี ฐานะการเงินแกร่ง มองหาโอกาสซื้อกิจการ
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการ บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่มีนโยบายทบทวนแผนการดำเนินงานเพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มธุรกิจอาหารของบริษัทยังเติบโตได้ดีทั้งในยุโรปและสหรัฐ โดยคาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตขึ้นประมาณ 15% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 9.96 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้
“เราคงไม่ปรับแผนการดำเนินงาน และไม่จำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย เพราะฐานะทางการเงินของ TUF แข็งแกร่งมาก มีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ต่ำเพียง 0.7 เท่า ขณะที่ธุรกิจอาหารยังเติบโตได้ดี ส่วนงบลงทุนก็ยังไม่ได้ตัดลดลง เรายังคงมองหาโอกาสในการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศ” นายธีรพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปและภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเป็นปัญหาที่ต้องจับตามองใกล้ชิด และไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น
นายธีรพงศ์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐ เพราะยังไม่เคยเห็นภาคเอกชนยุโรปและสหรัฐอ่อนแอมากขนาดนี้มาก่อน โดยการแข่งขันเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คู่แข่งอ่อนแอได้ ต้องมีวิกฤตเข้ามาด้วย
นอกจากนี้ การลงทุนในภูมิภาคอาเซียนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ก็น่าสนใจ รวมถึงภูมิภาคอเมริกาใต้ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ทวีปแอฟริกาก็มีการเติบโตสูงที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เพราะมีรายได้จากอุตสาหกรรมพลังงานและแร่จำนวนมาก
“ภาคเอกชนไทยต้องปรับมุมมองในการทำธุรกิจใหม่ ควรมีวิสัยทัศน์ระดับภูมิภาคและระดับโลก และกล้าที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศ ไม่ใช่โฟกัสเฉพาะตลาดในประเทศ เพราะถึงเราไม่ออกไป ต่างชาติก็จะเข้ามาแทน” นายธีรพงศ์ กล่าว
“หลังจากที่เข้าไปลงทุนในสหรัฐแล้ว TUF ต้องใช้เวลาถึง 15 ปี ถึงจะเข้าไปลงทุนในยุโรปได้ เพราะขาดเงินทุนและคน ซึ่งหากภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุนก็อาจทำให้การออกไปลงทุนต่างประเทศทำได้เร็วขึ้น” นายธีรพงศ์ กล่าว







