
คิวเอสฯลดราคาดันยอด
สบช่องบริษัทแม่ย้ายฐานผลิตเร่งนำเข้าแบรนด์ใหม่เสริมทัพ
สบช่องบริษัทแม่ย้ายฐานผลิตเร่งนำเข้าแบรนด์ใหม่เสริมทัพ
คิวเอสรีเทลฯ สบช่องบริษัทแม่ย้ายฐานผลิตหนุนราคาสินค้าลด เร่งขนแบรนด์ใหม่บุกตลาดแฟชั่นเอาต์ดอร์
นายสุรเชษฐ มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คิวเอส รีเทล (ประเทศไทย) ผู้ทำตลาดสินค้าแฟชั่นกีฬากลางแจ้ง (เอาต์ดอร์) แบรนด์ควิกซิลเวอร์ ร็อกซี่ และดีซี เปิดเผยว่า แผนธุรกิจบริษัทในไทยนับจากนี้ จะมุ่งนำเข้าสินค้าเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น ตามนโยบายบริษัทแม่ในสหรัฐ
บริษัทเห็นโอกาสการทำตลาดมากขึ้น จากการที่สินค้าเสื้อผ้าในเครือมีราคาลดลงกว่า 510% หลังจากบริษัทแม่ในสหรัฐย้ายฐานการผลิตรวมไปอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จากเดิมที่ผลิตกระจายไปยังประเทศต่างๆ ทำให้ได้รับสิทธิทางภาษีและคุณภาพการผลิตด้านการพิมพ์และวัตถุดิบผ้าดีขึ้น
สำหรับแบรนด์ล่าสุด ได้เปิดตัว “ควิกซิลเวอร์ วูเมน” เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผู้หญิงอายุ 2030 ปีในไทย โดยแบ่งสัดส่วนเป็น เสื้อผ้า 80% ของใช้เครื่องประดับ 20% เพื่อต่อยอดแบรนด์ควิกซิลเวอร์ ที่จับกลุ่มเป้าหมายผู้ชายวัยรุ่นวัยทำงาน โดยอยู่ในไทยมากว่า 5 ปี
นอกจากนี้ ในเดือน มี.ค.ปีหน้า เตรียมเปิดตัวสินค้าไลน์ใหม่ ควิกซิลเวอร์ วอเตอร์ แมน เพื่อขยายกลุ่มผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไปด้วย รวมทั้งยังอยู่ระหว่างการเตรียมนำแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับเด็กโทนี ฮอว์ก (TonyHawk) เข้ามาทำตลาดในไทยราวปีหน้า ซึ่งจะเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดของบริษัทด้วย
นายสุรเชษฐ กล่าวว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ไม่ต่ำกว่า 130 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาเพิ่มราว 10-12 จุดขาย พร้อมใช้งบจัดกิจกรรมตลาด 20 ล้านบาท สำหรับแบรนด์ควิกซิลเวอร์ วูเมน ซึ่งจะเปิด 1 แฟล็กชิปสโตร์ และอีก 4 จุดขาย
ทั้งนี้ แนวทางรุกตลาดดังกล่าว คาดว่าจะทำให้บริษัทเติบโตขึ้น 25% มียอดขายกว่า 400 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ในปีนี้คาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
ขณะเดียวกันบริษัทได้ใช้งบ 20 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาด “ควิกซิลเวอร์ โอเพน ภูเก็ต ไทยแลนด์ 2012” ระหว่างวันที่ 1215 ก.ย.นี้ ณ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยจะมีนักกีฬาโต้คลื่นกว่า 300 คนทั่วโลกมาร่วมแข่งขัน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ควิกซิลเวอร์ วูเมน คือ สเตฟานี กิลมอร์ นักกีฬาโต้คลื่นหญิงระดับแชมป์โลก
ด้านผลดำเนินงานบริษัทในปีนี้ (รอบบัญชีเดือน พ.ย. 2554-31 ต.ค. 2555) ในไตรมาสแรกถึงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เติบโต 20% ขณะที่ในไตรมาส 3 (ธ.ค. 2554-ม.ค. 2555) พบ ว่ายอดขายตกลง โดยเฉพาะจุดขายใน จ.ภูเก็ต จากสถานการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหว ส่งผลกระทบกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียที่เดินทางมายังไทยน้อยลง
ปัจจุบันตลาดเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ในไทย คาดมีมูลค่ากว่า 2,000-3,000 ล้านบาท โดยแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 40%







