
ซิตี้แบงก์แนะรับมือการเมืองฉุดศก.โลก
“ซิตี้แบงก์” หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหวกระทบชิ่งเอเชีย คาดจีดีพีไทยหดเหลือ 4.7%
“ซิตี้แบงก์” หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหวกระทบชิ่งเอเชีย คาดจีดีพีไทยหดเหลือ 4.7%
นายฮาเรน ชาห์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนอาวุโส กลุ่มงานกลยุทธ์การลงทุนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลักจากปัจจัยการเมืองในสหรัฐ สหภาพยุโรป และจีน โดยเฉพาะสหรัฐจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ย.นี้ ขณะที่เยอรมนีจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ส่วนจีนก็อยู่ในช่วงส่งต่ออำนาจ ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างมาก
ทั้งนี้ สหรัฐกำลังเข้าสู่กำหนดที่จะต้องลดรายจ่ายงบประมาณขาดดุล จำนวน 6.07 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 4% ของจีดีพี ซึ่งจำเป็นต้องใช้เอกภาพทางการเมืองเข้ามาแก้ไข ด้านยุโรปนั้นเชื่อว่ากรีซมีโอกาสออกจากกลุ่มอียูสูงถึง 90% ภายใน 1218 เดือน ส่วนจีนเริ่มมีปัญหาในภาคการส่งออกจึงน่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกในปีนี้
“เศรษฐกิจโลกยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ปัจจัยการเมืองการรักษาคะแนนนิยมจะขึ้นมาเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่ง” นายฮาเรน กล่าว
นายฮาเรน กล่าวว่า เศรษฐกิจเอเชียรวมถึงไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงเติบโตได้ลดลงจากปัจจัยข้างต้น โดยคาดว่าจีดีพีภูมิภาคจะปรับตัวลดลงจาก 6.9% ลงมาอยู่ที่ 6.8% และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะยังเติบโตได้ที่ 4.7% เนื่องจากมีแรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชนในประเทศ แต่อาจมีการปรับประมาณการได้อีกตามภาวะเศรษฐกิจโลก
ธนาคารได้แนะนำให้ลูกค้าลงทุนในตราสารหนี้ประเภทเพื่อการลงทุนและพันธบัตรตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูง







