
ไทยไล่บี้ฟิลิปปินส์ชดเชยนำเข้าข้าว
พาณิชย์บีบฟิลิปปินส์ ชดเชยนำเข้าข้าวเพิ่ม เหตุเบี้ยวไม่เปิดตลาดตามกรอบดับเบิลยูทีโอ
พาณิชย์บีบฟิลิปปินส์ ชดเชยนำเข้าข้าวเพิ่ม เหตุเบี้ยวไม่เปิดตลาดตามกรอบดับเบิลยูทีโอ
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์ได้แจ้งต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ขอต่ออายุมาตรการพิเศษนำเข้าข้าวอีก 5 ปี หรือสิ้นสุดภายในปี 2560 หลังจากที่หมดอายุลงเมื่อเดือน มิ.ย. 2555 ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศผู้ส่งออกข้าวไปยังฟิลิปปินส์เสียหายจากการไม่เปิดตลาด จึงต้องเจรจาชดเชยความเสียหายให้แก่ประเทศที่ส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ ได้แก่ เวียดนาม ไทย ปากีสถาน อินเดีย จีน สหรัฐ ออสเตรเลีย แคนาดา และเอลซัลวาดอร์
การเจรจากับไทย ไทยได้ขอให้ฟิลิปปินส์เพิ่มโควตานำเข้าข้าวจากเดิมอีกหลายแสนตัน และขอมีส่วนร่วมกำหนดเงื่อนไขการประมูล โดยการเจรจาต้องแล้วเสร็จใน 100 วัน หรือภายในต้นเดือน ต.ค.นี้ จากนั้นไทยจะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา หากฟิลิปปินส์ไม่ยอมก็ไม่สามารถต่ออายุมาตรการได้ เพราะผิดข้อตกลงตามกรอบดับบลิวทีโอ
ขณะเดียวกันไทยยังได้ขอชดเชยกรณีฟิลิปปินส์ขอขยายเวลาชะลอลดภาษีนำเข้าข้าว ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งต้องลดภาษีเหลือ 35% ระหว่างวันที่ 8 เม.ย. 2553-31 ธ.ค. 2557 แต่ขณะนี้ฟิลิปปินส์ยังคงภาษีไว้ที่ 40% และจะขอลดภาษีเหลือ 35% ในปี 2558 ดังนั้นไทยจึงได้เจรจาขอชดเชยเพิ่มปริมาณการนำเข้าข้าวให้มาก กว่าปีละ 3.67 แสนตัน
นอกจากนี้ ยังขอให้ฟิลิปปินส์นำเข้าไก่สดจากไทย หลังจากห้ามนำเข้ามาตั้งแต่ไทยมีไข้หวัดนกระบาด แต่จนถึงขณะนี้ ไม่พบการระบาดมาหลายปีแล้ว จึงน่าจะยกเลิกการห้ามได้แล้ว
สำหรับสาเหตุที่ฟิลิปปินส์ต้องขอต่ออายุมาตรการพิเศษ โดยกำหนดโควตานำเข้าไว้ที่ 3.5 แสนตันในกรอบดับบลิวทีโอนั้น เพราะต้องการส่งเสริมให้ชาวนาเตรียมความพร้อม เพื่อให้ผลิตข้าวในราคาที่สามารถแข่งขันได้กับข้าวที่นำเข้า และมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ โดยการเจรจาขอต่ออายุครั้งนี้ของฟิลิปปินส์ เป็นการขอต่ออายุเป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากได้ต่ออายุครั้งแรกไปตั้งแต่เดือนก.ค.254830มิ.ย.2555 ซึ่งมาตรการดังกล่าวฟิลิปปินส์ได้กำหนดโควตานำเข้าข้าวจากประเทศผู้ผลิตข้าวทั่วโลกที่ 3.5 แสนตัน ในอัตราภาษี 40% ไม่มีการนำเข้านอกโควตา และในจำนวนนี้ได้จัดสรรให้ไทย 9.8 หมื่นตัน จีน 2.5 หมื่นตัน และออสเตรเลีย 1.5 หมื่นตัน







