
การเตรียมพร้อมเพื่อเกษียณอายุ
เทคโนโลยีในโลกทุกวันนี้มีความเจริญขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
โดย...ปรเมศวร์ พรหมบุรี
เทคโนโลยีในโลกทุกวันนี้มีความเจริญขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์ในการรักษาพยาบาลที่ก้าวหน้า ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการบริโภคอาหาร รวมถึงอาหารเสริมต่างๆ ศาสตร์เพื่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย ทำให้คนเราในสมัยนี้มีอายุยืนยาวมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน จะเห็นได้ว่าอายุเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 30 ปีมานี้จากอายุเฉลี่ยในปี พ.ศ. 2519 ที่ 60.9 ปี มาเป็น 73.7 ปีในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งคุณๆ ผู้ชายมีอายุเฉลี่ยที่ 69.5 ปี ส่วนคุณๆ ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ยที่ 77.6 ปี (อันนี้อาจะสอดคล้องกับทฤษฎีของเพื่อนๆ ผมบางคนว่าภรรยาที่บ้านหนังเหนียวตายยากนะครับ ส่วนผมไม่มีความเห็นกับทฤษฎีนี้ ฮา...ฮา)
จากการที่คนไทยมีอายุยืนขึ้น แต่อัตราการเกิดของประชากรกลับมีอัตราต่ำลง ทำให้ประเทศไทยย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าอัตราส่วนของผู้สูงอายุในปี พ.ศ. 2552 ที่มีเพียง 11.48% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21.22% ในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งคิดเป็นจำนวนถึง 15 ล้านคน แต่ในขณะที่ประชากรวัยทำงานที่มีอยู่ 45 ล้านคน กลับไม่เพิ่มขึ้นเลย ส่วนประชากรวัยเด็กในปี พ.ศ. 2552 ที่มีอยู่ 14 ล้านคน กลับลดลงไปเหลือ 11 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2568 ทำให้ในแต่ละครอบครัวเด็กๆ ก็จะลดน้อยลง คนสูงวัยก็จะมีมากขึ้น ในอนาคตของสังคมไทยจะมีลูกหลานให้คนสูงวัยได้พึ่งพิงน้อยลง คนสูงวัยในอนาคตจึงต้องวางแผนในการพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น
ขณะที่คนรุ่นผมก็จะเข้าใกล้กลุ่มประชากรสูงวัยเข้าไปทุกที เวลาคุยกับเพื่อนๆ ก็มักจะมีหัวข้อหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาในวงสนทนาเสมอ คือ การที่แต่ละคนอยากเกษียณอย่างมีความสุขและมีประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งการที่มีอายุยืนและมีสุขภาพแข็งแรงสามารถดูแลตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงลูกหลานให้มากนัก ถือเป็นสุดยอดความปรารถนาของทุกๆ คน ดังนั้นการวางแผนในการเกษียณนั้นควรจะเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่เราควรคำนึงถึง เช่น
การเตรียมพร้อมในด้านสุขภาพร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายของเราจะค่อยๆ เสื่อมสมรรถภาพลง โรคภัยทั้งหลายก็เริ่มเบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ซึ่งการดูแลสุขภาพตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุจะช่วยได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น แจ่มใส ชะลอความชราได้ แต่อย่าลืมไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะครับ เพราะหากเรามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นจะได้รีบรักษาก่อนที่จะเยียวยายาก
การเตรียมพร้อมในด้านจิตใจ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาวะแวดล้อมต่างๆ ในช่วงหลังเกษียณอายุ ย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ของแต่ละคนได้ เช่น ซึมเศร้า หดหู่ นอนไม่หลับ หงุดหงิด ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพตามมาได้ แต่เราสามารถสร้างความสุขหลังเกษียณได้ด้วยการยอมรับความเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ และพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ การหางานอดิเรกทำไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ การทำสวน ทำอาหาร แม้แต่การสร้างสังคมบนโลก Online เช่น Facebook หรือ Twitter จะช่วยให้คุณมีสังคมที่กว้างขวางขึ้น หรือแม้แต่การไปช่วยงานตามสมาคมหรือมูลนิธิต่างๆ จะสามารถช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดลงได้
การเตรียมพร้อมทางด้านการเงิน ปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะชีวิตในช่วงหลังเกษียณเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่จะไม่มีรายได้ ทำให้ต้องนำเงินออมที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวไว้ แต่ถ้าไม่มีการวางแผนที่ดีแล้ว เงินออมที่เกิดจากการทำงานเก็บเงินมาตลอดทั้งชีวิตจะค่อยๆ ลดลง และอาจไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในช่วงหลังเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพที่จะมีค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นมาอีก หากขณะนี้เราอายุ 40 ปี และต้องการฝากเงินจนถึงอายุ 60 ปี เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ยามเกษียณเดือนละ 1 หมื่นบาท จนกระทั่งอายุ 73 ปี (ซึ่งเป็นอายุเฉลี่ยของคนไทย) ในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน อยู่ระหว่าง 2.653% หลังหักภาษีแล้วจะอยู่ที่ 2.4% เราต้องออมเงินเดือนละ 4,412 บาท แต่ถ้าเราเริ่มฝากเงินเมื่ออายุ 50 ปี เราต้องออมเดือนละ 10,005 บาท เราจึงจะมีเงินใช้เดือนละ 1 หมื่นบาท จนกระทั่งอายุ 73 ปี (ตาราง) ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองจะอายุยืนกว่าอายุเฉลี่ยของคนไทยก็ต้องเก็บออมให้มากขึ้นล่ะครับ
สำหรับผู้ที่มีการวางแผนการออมโดยใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ไม่ว่าจะเป็นการออมผ่านกองทุน RMF กองทุน LTF หรือการทำประกันชีวิต รวมถึงการทำประกันการเพื่อการเกษียณอายุ ก็อาจจะทำให้การออมนั้นถึงเป้าหมายเร็วขึ้น เพราะนอกจากจะได้ลดหย่อนภาษีแล้ว ผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทนี้มักสูงกว่าการฝากเงิน ผู้ที่สนใจและต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมผมอยากจะแนะนำให้ลองติดต่อขอคำปรึกษาจาก KExpert ซึ่งเป็นบริการวางแผนการเงินส่วนบุคคลของธนาคารกสิกรไทย สามารถติดต่อได้ที่ KContact Center 02-888-8888 กด 09 นะครับ (...แฮ่ม..!)







